Obama Speech 2009

President Barack Obama 2009 Inauguration and Address

นี่คือสุนทรพจน์ที่ลือลั่นในวันเข้ารับตำแหน่งประนาธิบดีของนายบารัค โอบาม่า โดยปาฐกถานี้ได้รับการกลั่นกรองจากมันสมองของคนระดับโลกทำให้เป็นสุนทรพจนืที่ยิ่งใหญ่ และจะมีผลกระทบต่อคนทั้งโลก ขอให้ทุกคนตั้งใจอ่านสุนทรพจน์นี้ให้ดีๆ

My fellow citizens,I stand here today humbled by the task before us, grateful for the trust you have
พลเมืองที่เป็นเพื่อนของข้าพเจ้า,ข้าพเจ้ายืนอยู่ที่นี่ในวันนี้รู้สึกตัวเล็กลงเพราะงานที่อยู่เบื้องหน้าเรา,รู้สึกสำนึกต่อความ
bestowed, mindful of the sacrifices borne by our ancestors. I thank President Bush for his service to our
ไว้วางใจที่ท่านมอบให้,ระลึกถึงความเสียสละที่แบกรับโดยบรรพบุรุษของพวกเรา ข้าพเจ้าขอขอบคุณประธานาธิบดีบุช
nation, as well as the generosity and cooperation he has shown throughout this transition.
สำหรับการทำงานของเขาต่อประเทศของพวกเรา,รวมถึงความกรุณาและความร่วมมือที่ท่านได้แสดงออกมาตลอดช่วง ของการเปลี่ยนถ่าย
Forty-four Americans have now taken the presidential oath. The words have been spoken during risingคนอเมริกันสี่สิบสี่คนได้กล่าวคำสาบานเพื่อรับตำแหน่งประธานาธิบดี คำกล่าวนั้นได้ถูกเอ่ยออกมาในระหว่างช่วง
tides of prosperity and the still waters of peace. Yet, every so often the oath is taken amidst gathering
กระแสความรุ่งเรืองที่เพิ่มขึ้นและความสงบนิ่งของสันติภาพ แต่,มีบ่อยครั้งมากที่คำสาบานนั้นมีขึ้นท่ามกลางการปรากฏ
clouds and raging storms. At these moments, America has carried on not simply because of the skill or
ตัวขึ้นของเมฆทมึนและพายุที่โหมกระหน่ำ ที่ช่วงเวลาเหล่านี้,อเมริกาได้ผ่านมาได้ไม่ใช่แค่เพียงเพราะความสามารถ
vision of those in high office, but because We the People have remained faithful to the ideals of our
หรือวิสัยทัศน์ของกลุ่มคนที่อยู่ในทำเนียบรัฐบาล,แต่เพราะว่าพวกเราประชาชนยังคงมีความศรัทธาต่ออุดมการณ์ของ
forbearers, and true to our founding documents.
บรรพบุรุษของเรา,และจริงใจต่อหนังสือการต่อตั้งประเทศของเรา
So it has been. So it must be with this generation of Americans.
มันเป็นเช่นนั้นมา ดังนั้นมันจะต้องเป็นกับคนรุ่นนี้ของอเมริกา
That we are in the midst of crisis is now well understood. Our nation is at war, against a far-reaching
ขณะนี้พวกเราเข้าใจกันดีว่าพวกเรากำลังอยู่ในท่ามกลางวิกฤติ ประเทศของเรากำลังอยู่ในสงคราม,

network of violence and hatred. Our economy is badly weakened, a consequence of greed and
กับเครือข่ายของความรุนแรงและเกลียดชังที่เข้าถึงได้ยาก เศรษฐกิจของเรากำลังอ่อนแออย่างรุนแรง,ซึ่งเป็นผลมา
irresponsibility on the part of some, but also our collective failure to make hard choices and prepare the
จากความโลภและความไม่รับผิดชอบในส่วนนั้นของใครบางคน,แต่ความล้มเหลวที่สั่งสมกันมายังได้ทำให้เกิดทางเลือกที่ยากลำบากและตระเตรียม
nation for a new age. Homes have been lost; jobs shed; businesses shuttered. Our health care is too
ประเทศไปสู่ยุคใหม่ บ้านถูกยึดไป; ตกงาน;ธุรกิจปิดตัวลง งานด้านสาธารณสุขของเรา

costly; our schools fail too many; and each day brings further evidence that the ways we use energy
มีค่าใช้จ่ายที่มากเงินไป;โรงเรียนของเราล้มเหลวมากเกินไป;และในแต่ละวันจะมีหลักฐานใหม่ชี้ให้เห็นว่าวถีที่เราใช้
strengthen our adversaries and threaten our planet.
พลังงานนั้นมันทำให้คู่ต่อสู้ของเราเข้มแข็งและคุกคามต่อโลกของเรา

These are the indicators of crisis, subject to data and statistics. Less measurable but no less profound is a
เหล่านี้เป็นเครื่องชี้ถึงวิกฤติ,ตามข้อมูลและสถิติ สิ่งที่วัดได้นั้นน้อยกว่าความเป็นจริงแต่การรับซึ้งที่ไม่น้อยกว่านั้น
sapping of confidence across our land — a nagging fear that America’s decline is inevitable, and that the
เป็นสิ่งที่กำลังค่อยๆทำลายความเชื่อมั่นไปทั่วประเทศ—ความกลัวที่รบกวนใจอยู่ว่าการถดถอยของอเมริกานั้นเป็นสิ่งที่
next generation must lower its sights.
หลีกเลี่ยงไม่ได้,และคนรุ่นต่อไปต้องคาดหวังให้น้อยลง
Today I say to you that the challenges we face are real. They are serious and they are many. They will

วันนี้ข้าพเจ้ามาบอกกับท่านว่าความท้าทายที่เรากำลังเผชิญอยู่นั้นมันเป็นของจริง มันหนักหนาสาหัสและมันมีมากมาย

not be met easily or in a short span of time. But know this, America — they will be met.
มันจะไม่สามารถแก้ได้อย่างง่ายดายหรือในช่วงเวลาอันสั้น แต่พวกเรารู้สิ่งนี้ว่า,อเมริกา–พวกเขาจะแก้ไขได้
On this day, we gather because we have chosen hope over fear, unity of purpose over conflict and discord.
ในวันนี้,พวกเรามารวมกันเพราะว่าพวกเราเลือกความหวังให้อยู่เหนือความกลัว,ความเป็นหนึ่งเดียวของเป้าประสงค์ เหนือความขัดแย้งและความไม่ลงรอยกัน

On this day, we come to proclaim an end to the petty grievances and false promises, the recriminations
ในวันนี้,เรามาเพื่อประกาสอย่างเป็นทางการถึงความสิ้นสุดลงของความคับข้องใจและคำมั่นสัญญาที่ผิดๆ,การกลับด้าน
and worn out dogmas, that for far too long have strangled our politics.
และการละเลยต่อหลักธรรม,ซึ่งได้บีบบังคับการเมืองของเรามายาวนานเกินไปแล้ว
We remain a young nation, but in the words of Scripture, the time has come to set aside childish things.
เรายังคงเป็นประเทศที่อ่อนเยาว์,แต่ในคำสอนของศาสนา,มันถึงเวลาแล้วที่เราจะละเว้นเรื่องที่อ่อนหัด
The time has come to reaffirm our enduring spirit; to choose our better history; to carry forward that
มันถึงเวลาแล้วที่จะยืนยันถึงจิตวิญญาณอันทรหดอดทนของพวกเรา;เพื่อที่จะเลือกประวัติศาสตร์ที่ดีขึ้นของพวกเรา;เพื่อที่จะได้นำพา

precious gift, that noble idea, passed on from generation to generation: the God-given promise that all
พรสวรรค์อันทรงคุณค่า,ความคิดอันสูงส่ง,ส่งต่อไปจากรุ่นสู่รุ่น : คำมั่นสัญญาที่พระเจ้าประทานมา ซึ่งคนทั้งหมด
are equal, all are free, and all deserve a chance to pursue their full measure of happiness.
นั้นเท่าเทียม,คนทั้งหมดนั้นมีอิสระ,และคนทั้งหมดนั้นสมควรได้รับโอกาสที่จะบรรลุความสุขอันเปี่ยมล้นของพวกเขา
In reaffirming the greatness of our nation, we understand that greatness is never a given. It must be earned.
ในการยืนยันถึงความยิ่งใหญ่ของประเทศของเรา,พวกเราเข้าใจว่าความยิ่งใหญ่นั้นไม่ใช่สิ่งที่มีคนให้มา(เปล่า) มันต้อง เป็นสิ่งที่เราต้องทุ่มเทเพื่อให้ได้มันมา
Our journey has never been one of short-cuts or settling for less. It has not been the path for the
การเดินทางของพวกเรานั้นไม่เคยเลยที่จะมีทางลัดหรือจ่ายน้อยกว่าที่ควร มันม่ใช่ทางเดินของ
faint-hearted — for those who prefer leisure over work, or seek only the pleasures of riches and fame.
จิตใจที่อ่อนแอ—สำหรับใครก็ตามที่ชอบการพักผ่อนมากกว่าการทำงาน,หรือค้นหาเพียงเพื่อความปิติในความร่ำรวย

Rather, it has been the risk-takers, the doers, the makers of things — some celebrated but more often
และชื่อเสียง,มันเป็นเรื่องของผู้ที่ชอบเสี่ยงภัย,ผู้ปฏิบัติ,ผู้สรรค์สร้างสรรพสิ่ง–บางคนกำลังเฉลิมฉลองอยู่แต่บ่อยครั้ง
men and women obscure in their labor, who have carried us up the long, rugged path towards prosperity
มากที่ชายหญิงยังไม่มั่นใจว่าจะมีงานทำไหม,คนเหล่านี้ผู้ซึ่งนำพาพวกเราไปบนหนทางที่ยาวไกลและปูไปด้วยพรมไป
and freedom.
สู่ความมั่งคั่งและเสรีภาพ
For us, they packed up their few worldly possessions and traveled across oceans in search of a new life.
เพื่อพวกเรา,พวกเขารวบรวมประสบการที่เจนจัดต่อโลกและออกเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลเพื่อค้นหาชีวิตใหม่
For us, they toiled in sweatshops and settled the West; endured the lash of the whip and plowed the
เพื่อพวกเรา,พวกเขาเหน็ดเหนื่อยในโรงงานเล็กๆเถื่อนๆและสร้างประเทศตะวันตกขึ้นมา; อดทนต่อความเจ็บปวดจากแรง
hard earth.
เสียดสีและไถพรวนดินที่แข็งกระด้าง
For us, they fought and died, in places like Concord and Gettysburg; Normandy and Khe Sahn.เพื่อพวกเรา,พวกเขาต่อสู้และล้มตาย,ในหลายสถานที่เช่น
Time and again these men and women struggled and sacrificed and worked till their hands were raw so
ครั้งแล้วครั้งเล่าที่บุรุษและสตรีเหล่านี้ดิ้นรนและสังเวยและทำงานจนกระทั่งมือของพวกเขาต้องแสบร้าว จนกระทั่ง

that we might live a better life. They saw America as bigger than the sum of our individual ambitions;
พวกเราได้มีชีวิตที่ดีขึ้น พวกเขามองอเมริกาว่าใหญ่โตกว่ายอดรวมกันของความทะเยอทะยานส่วนบุคคล
greater than all the differences of birth or wealth or faction.
ของพวกเรา; ยิ่งใหญ่กว่าความแตกต่างด้านชาติกำเนิด,ความรวย(จน)หรือความเป็นฝักฝ่ายทั้งหมด
This is the journey we continue today. We remain the most prosperous, powerful nation on Earth.
นี่คือการเดินทางที่พวกเรายังดำเนินต่อไปในวันนี้ พวกเรายังคงเป็นประเทศที่รุ่งเรืองที่สุด,มีพลังอำนาจมากที่สุดในโลก
Our workers are no less productive than when this crisis began. Our minds are no less inventive, our goods
คนงานของพวกเราไม่ได้ด้อยประสิทธิภาพไปกว่าเมื่อวิกฤตินี้เริ่มต้นขึ้น จิตใจของพวกเราไม่ได้ช่างคิดค้นน้อยลง,
and services no less needed than they were last week or last month or last year. Our capacity remainsสินค้าและบริการของพวกเราไม่ได้เป็นที่ต้องการน้อยลงกว่าเมื่ออาทิตย์ที่แล้วหรือเดือนที่แล้วหรือปีที่แล้ว ความสามารถของพวกเรายังคง

undiminished. But our time of standing pat, of protecting narrow interests and putting off unpleasant
ไม่ได้ลดลงไป แต่ช่วงเวลาที่หยุดนิ่งของพวกเรา ,ของการปกป้องผลประโยชน์ในวงแคบๆและการเลื่อนการตัดสินใจ
decisions — that time has surely passed. Starting today, we must pick ourselves up, dust ourselves off,
ที่ต้องเจ็บปวด—เวลาเช่นนั้นได้ผ่านไปแล้วอย่างแน่นอน เริ่มใหม่ในวันนี้,พวกเราจะต้องปลุกตัวเองขึ้นมา,ปัดฝุ่นใน
and begin again the work of remaking America.
ตนเองออกไป และเริ่มต้นสร้างอเมริกาใหม่อีกครั้งหนึ่ง
For everywhere we look, there is work to be done. The state of the economy calls for action, bold and
ในทุกๆที่ที่เรามองไป,มันมีงานที่ต้องทำ เศรษฐกิจของชาติต้องการการดำเนินการใดๆ,ที่เด่นชัดและ
swift, and we will act — not only to create new jobs, but to lay a new foundation for growth. We will
ฉับพลัน และพวกเราจะทำ-ไม่เพียงเพื่อสร้างงานใหม่,แต่เพื่อวางรากฐานใหม่สำหรับการเติบโต เราจะ
build the roads and bridges, the electric grids and digital lines that feed our commerce and bind us together.
สร้างถนนและสะพาน, ระบบไฟฟ้าและสายเชื่อมต่อดิจิตอล ที่ส่งเสริมการค้าของเรา และ รวมเราเข้าไว้ด้วยกัน

We will restore science to its rightful place, and wield technology’s wonders to raise health
เราจะรื้อฟื้นงานด้านวิทยาศาสตร์ให้อยู่ในจุดที่ถูกต้อง,และใช้ความมหัศจรรย์ด้านเทคโนโลยี่เพื่อที่จะยกระดับ

care’s quality and lower its cost. We will harness the sun and the winds and the soil to fuel our cars and
คุณภาพด้านสาธารณสุขและลดค่าใช้จ่ายลง เราจะใช้ประโยชน์จากดวงอาทิตย์และลมและพื้นดินเพื่อที่จะเป็นเชื้อ-
run our factories. And we will transform our schools and colleges and universities to meet the demands of
เพลิงให้กับรถยนต์และโรงงานของเรา และเราจะปฏิรูปโรงเรียนและวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยของเราเพื่อที่จะตอบ-
a new age. All this we can do. All this we will do.
สนองต่อความต้องการของยุคใหม่ ทั้งหมดนี้พวกเราทำได้ ทั้งหมดนี้พวกเราจะทำ
Now, there are some who question the scale of our ambitions — who suggest that our system cannot
ขณะนี้,มีคนบางคนที่สงสัยในขนาดของความทะเยอทะยานของพวกเรา–ผู้ซึ่งแนะว่าระบบของเราไม่สามารถที่จะ
tolerate too many big plans. Their memories are short. For they have forgotten what this country has
ทนรับต่อแผนการณ์ใหญ่จำนวนมากมาย ความจำของพวกเขาสั้นไป สั้นไปที่พวกเขาลืมไปว่าประเทศนี้ได้

already done; what free men and women can achieve when imagination is joined to common purpose,
ทำอะไรลงไปบ้างแล้ว; สิ่งที่ชายและหญิงที่เสรีทั้งหลายได้บรรลุเมื่อจินตนาการได้รวมเข้ากับเป้าประสงค์ร่วมกัน
and necessity to courage.
และ สิ่งจำเป็นสำหรับความกล้าหาญ

What the cynics fail to understand is that the ground has shifted beneath them— that the stale political
สิ่งที่พวกชอบเยาะเย้ยไม่เข้าใจคือพื้นโลกใต้เท้าพวกเขาได้เปลี่ยนไปแล้ว–การถกเถียงทางการเมืองที่น่าเบื่อ
arguments that have consumed us for so long no longer apply. The question we ask today is not whether
ที่กินเวลาพวกเรามาอย่างยาวนานจะไม่มีอีกแล้ว คำถามที่เราถามในวันนี้ไม่ใช่ว่า

our government is too big or too small, but whether it works — whether it helps families find jobs at a
รัฐบาลของเราใหญ่หรือเล็กเกินไป, แต่มันทำงานได้หรือเปล่าต่างหาก–มันช่วยเหลือครอบครัวต่างๆให้หางานทำ
decent wage, care they can afford, a retirement that is dignified. Where the answer is yes, we intend to
ที่ค่าแรงเหมาะสม,มีการดูแลสุขภาพที่พวกเขาสามารถจ่ายได้,การเกษียณอย่างมีเกียรติได้หรือเปล่า เมื่อคำตอบคือได้,
move forward. Where the answer is no, programs will end. And those of us who manage the public’s
เราตั้งใจที่จะเดินไปข้างหน้า เมื่อคำตอบคือไม่ได้,ทุกอย่างก็จบ และคนของเราที่ดูแลจัดการกับเงินภาษีของประชา-
dollars will be held to account — to spend wisely, reform bad habits, and do our business in the light of
ชนจะต้องถูกควบคุมให้น่าเชื่อถือ—ที่จะใช้เงินอย่างชาญฉลาด,ที่จะปรับแก้นิสัยที่ไม่ดีและที่จะทำงานของเราอย่าง
day — because only then can we restore the vital trust between a people and their government. โปร่งใส–เพราะว่ามีเพียงสิ่งเหล่านี้เท่านั้นที่จะฟื้นคืนความเชื่อถือที่จำเป็นระหว่างประชาชนกับรัฐบาลของเขา
Nor is the question before us whether the market is a force for good or ill. Its power to generate wealth
ไม่ว่าคำถามที่อยู่ต่อหน้าพวกเราจะคือตลาดจะเป็นแรงผลักดันไปสู่ความดีหรือเลว พลังของมันที่จะสรรค์สร้างความ
and expand freedom is unmatched, but this crisis has reminded us that without a watchful eye, the
มั่งคั่งกับการขยายเสรีภาพนั้นมันหาสิ่งเปรียบไม่ได้, แต่วิกฤตินี้ก็ได้ก็ได้ย้ำเตือนพวกเราว่าถ้าปราศจากสายตาที่เฝ้ามอง
market can spin out of control — and that a nation cannot prosper long when it favors only theตลาดจะออกไปนอกการควบคุม–และประเทศจะไม่สามารถรุ่งเรืองอย่างยาวนานได้เมื่อตลาดนั้นตอบสนองต่อแค่
prosperous. The success of our economy has always depended not just on the size of our Gross Domestic
ผู้ที่มั่งคั่งเท่านั้น ความสำเสร็จทางด้านเศรษฐกิจของเราไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดของจีดีพีเท่านั้น

Product, but on the reach of our prosperity; on the ability to extend opportunity to every willing heart —
แต่ขึ้นอยู่กับการเข้าถึงของพวกเราในความรุ่งเรืองนี้; ในความสามารถที่จะขยายโอกาสออกไปสู่ทุกๆจิตใจที่มี
not out of charity, but because it is the surest route to our common good.
ความปารถนา—ไม่ใช่เพิกเฉยต่อความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่,แต่เพราะว่ามันเป็นวิถีที่มั่นใจที่สุดที่จะไปสู่ผลประโยชน์โดยรวม

As for our common defense, we reject as false the choice between our safety and our ideals. Ourเพื่อเป็นการป้องกันผลประโยชน์โดยรวมของพวกเรา,พวกเราปฏเสธความผิดพลาดในการเลือกระหว่างความปลอดภัยของพวกเราและอุดมคติของพวกเรา
Founding Fathers, faced with perils we can scarcely imagine, drafted a charter to assure the rule of law
บิดาผู้ก่อตั้งประเทศของเรา,ได้เผชิญกับภัยอันตรายที่พวกเราแทบจินตนาการไม่ได้,ได้ร่างกฏบัตรหนึ่งเพื่อที่จะทำให้มั่นใจไดถึงหลักแห่งกฏหมาย
and the rights of man, a charter expanded by the blood of generations. Those ideals still light the world,
และสิทธิของคน, กฏบัตรหนึ่งที่ต้องใช้เลือดเนื้อของคนหลายรุ่นเพื่อให้ได้รับการบังคับใช้อย่างกว้างขวาง อุดมคติ เหล่านั้นยังคงสร้างความสว่างไสวให้กับโลกนี้
and we will not give them up for expedience’s sake. And so to all other peoples and governments who
และพวกเราจะไม่ยกเลิกมันเพียงเพื่อหลีกเลี่ยงความยุ่งยาก และเหมือนกันที่ประชาชนและรัฐบาลอื่นๆซึ่ง
are watching today, from the grandest capitals to the small village where my father was born: know that
กำลังดูเราอยู่ในวันนี้,จากเหมืองหลวงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดไปสู่หมู่บ้านเล็กๆที่ซึ่งเป็นที่เกิดของบิดาข้าพเจ้า: รู้ว่า

America is a friend of each nation and every man, woman, and child who seeks a future of peace and
อเมริกาเป็นเพื่อนกับทุกประเทศและสุภาพบุรูษทุกคน,สุภาพสตรีทุกคนและเด็กๆทุกคน ผู้ซึ่งกำลังค้นหาอนาคตของ
dignity, and we are ready to lead once more.
สันติภาพและเกียรติยศ,และพวกเราพร้อมที่จะเป็นผู้นำอีกครั้งหนึ่ง
Recall that earlier generations faced down fascism and communism not just with missiles and tanks, but
หวนไปถึงชนรุ่นก่อนๆที่ได้เผชิญหน้ากับลัทธิฟาสซิสต์และลัทธิคอมมิวนิสต์ไม่ใช่แค่ด้วยจรวดและรถถังเท่านั้น,แต่
with sturdy alliances and enduring convictions. They understood that our power alone cannot protect us,
ด้วยพันธมิตรที่แข็งแกร่งและความเชื่อมั่นที่ทรหด พวกเขาเข้าใจว่าอำนาจของพวกเราเพียงผู้เดียวไม่สามารถปกป้อง เราได้
nor does it entitle us to do as we please. Instead, they knew that our power grows through its prudent
หรือไม่ใช่เป็นเรื่องของเราที่จะทำตามที่เราปารถนา แต่พวกเขารู้ว่าอำนาจของพวกเราจะมีพลังเพิ่มขึ้นผ่านการใช้ที่

use; our security emanates from the justness of our cause, the force of our example, the tempering
รอบคอบ;ความปลอดภัยของพวกเราเกิดมาจากความเป็นธรรมที่พวกเราได้ทำลงไป, กำลังนี้ของแบบอย่างของพวกเรา
qualities of humility and restraint.
คุณสมบัติของความอ่อนน้อมและความยับยั้งชั่งใจที่กำลังเข้มแข็งขึ้น

We are the keepers of this legacy. Guided by these principles once more, we can meet those new threats
พวกเราคือผู้รักษาไว้ซึ่งตำนานนี้ โดยใช้แนวทางจากหลัการพวกนี้อีกครั้งหนึ่ง,พวกเราสามารถจัดการกับความคุกคามใหม่ๆ
that demand even greater effort — even greater cooperation and understanding between nations.
ที่ต้องการความอุตสาหะที่ยิ่งใหญ่ขึ้นอย่างมาก–ความร่วมมือและความเข้าใจที่มากขึ้นระหว่างชาติต่างๆ

We will begin to responsibly leave Iraq to its people, and forge a hard-earned peace in Afghanistan. With old
เราจะปล่อยอิรักให้กับประชาชนของเขาปกครองกันเองอย่างที่เรามีความรับผิดชอบ, และพยายามที่จะสร้างสันติภาพที่ ได้มาอย่างยากเย็นในอัฟกานิสถาน ด้วย
friends and former foes, we will work tirelessly to lessen the nuclear threat, and roll back the specter of a
สหายเก่าๆและอดีตปรปักษ์, พวกเราจะทำงานอย่างไม่เหน็ดเหนื่อยเพื่อที่จะลดภัยคุกคามจากอาวุธนิวเคลียร์,และและจะลดความเลวร้ายของ
warming planet. We will not apologize for our way of life, nor will we waver in its defense, and for those
โลกที่กำลังร้อนขึ้น พวกเราจะไม่ขอโทษในวิถีชีวิตของพวกเรา,หรือจะไม่โลเลในการปกป้องมัน,และสำหรับคนเหล่า
who seek to advance their aims by inducing terror and slaughtering innocents, we say to you now that
นั้นผู้ซึ่งกำลังหาทางที่จะบรรลุเป้าหมายด้วยการนำมาซึ่งความหวาดกลัวและการเข่นฆ่ผู้บริสุทธ์, พวกเราบอกกับพวก

our spirit is stronger and cannot be broken; you cannot outlast us, and we will defeat youคุณว่าจิต
วิญญาณของพวกเรานั้นแข็งแกร่งกว่าคุณและจะไม่ถูกทำลายลง; คุณจะไม่ชนะพวกเรา, และพวกเราจะ
เอาชนะคุณ
For we know that our patchwork heritage is a strength, not a weakness. We are a nation of Christians
เรารู้ว่ามรดกแห่งการร้อยเรียงชิ้นส่วนเล็กให้เป็นสิ่งใหญ่ของเรานั้นคือความเข้มแข็ง,ไม่ใช่ความอ่อนแอ เราเป็นประเทศ
and Muslims, Jews and Hindus — and non-believers. We are shaped by every language and culture,
ของคนนับถือศาสนาคริสต์และมุสลิม,ยิวและฮินดู—และผู้ไม่นับถือศาสนา เราถูกสร้างขึ้นด้วยทุกๆภาษาและวัฒนธรรม,
drawn from every end of this Earth; and because we have tasted the bitter swill of civil war andที่ถูกดึงมาจากทุกๆขอบเขตของโลกนี้; และเพราะว่าเราได้ลิ้มรสความขมขื่นอย่างมากของสงครามกลางเมืองและ
segregation, and emerged from that dark chapter stronger and more united, we cannot help but believe
การแบ่งแยกเชื้อชาติ,และโผล่ออกมาจากช่วงเวลาแห่งความมืดมิดด้วยความเข้มแข็งขึ้น และเป็นหนึ่งเดียวกันมากขึ้น ,เราไม่สามารถทำอะไรได้แต่เราเชื่อว่า
that the old hatreds shall someday pass; that the lines of tribe shall soon dissolve; that as the world
ความเกลียดชังเก่าๆจะผ่านไปในวันใดวันหนึ่ง; เส้นแบ่งของเชื้อชาติจะแก้ไขได้ในไม่ช้า;เมื่อโลก
grows smaller, our common humanity shall reveal itself; and that America must play its role in ushering
เล็กลงเรื่อยๆ,มนุษยธรรมโดยรวมของพวกเราก็จะเผยตัวตนออกมา;และนั่นอเมริกาจะต้องเล่นบทในการนำไปสู่
in a new era of peace.
ในยุคใหม่แห่งสันติภาพ
To the Muslim world, we seek a new way forward, based on mutual interest and mutual respect. To
ถึงโลกมุสลิม,เราจะค้นหาแนวทางใหม่ที่จะเดินหน้าไป,บนพื้นฐานของผลประโยชน์ของทั้งสองฝ่ายและการเคารพซึ่ง กันและกัน
those leaders around the globe who seek to sow conflict, or blame their society’s ills on the West
— ถึงผู้นำต่างๆรอบๆโลกผู้ซึ่งกำลังหาทางที่จะแพร่กระจายความขัดแย้ง,หรือโทษว่าสิ่งที่ไม่ดีในสังคมของพวกเขาเกิด
know that your people will judge you on what you can build, not what you destroy. To those who cling to
ประเทศตะวันตก—ได้รู้ว่าประชาชนของคุณจะตัดสินคุณที่สิ่งที่คุณสร้าง,ไม่ใช่สิ่งที่คุณทำลาย ถึงผู้นำที่เกาะติดอยู่กับ
power through corruption and deceit and the silencing of dissent, know that you are on the wrong side
อำนาจด้วยการคอรัปชั่นและการหลอกลวงและการปกปิดความขัดแย้ง,ได้รู้ว่าคุณกำลังอยู่ในข้างที่ผิด
of history; but that we will extend a hand if you are willing to unclench your fist.
ของประวัติศาสตร์; แต่พวกเราจะยื่นมือออกไปช่วยเหลือถ้าคุณปารถนาที่จะแบมือออกมา

To the people of poor nations, we pledge to work alongside you to make your farms flourish and let clean
ถึงประชาชนของประเทศที่ยากจน,เราสัญยาด้วยเกียรติว่าจะทำงานร่วมกับท่านที่จะทำให้เกษตรกรรมของท่านอุดมสมบูรณ์และจะทำให้น้ำสะอาด
waters flow; to nourish starved bodies and feed hungry minds. And to those nations like ours that enjoy
ได้ไหลไป;เพื่อที่จะเลี้ยงดูร่างกายที่อดอยากและหล่อเลี้ยงจิตใจที่หิวโหย และถึงประเทศที่หมือนกับเราที่มีความสุขอยู่
relative plenty, we say we can no longer afford indifference to suffering outside our borders; nor can we
กับความอุดมสมบูรณืเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ,เราจะบอกว่าเราจะไม่สามารถทนรับได้ในการเพิกเฉยต่อความเจ็บปวดนอกพรมแดนของพวกเราได้อีกต่อไป; หรือเราไม่สามารถ
consume the world’s resources without regard to effect. For the world has changed, and we must change
บริโภคทรัพยากรของโลกโดยไม่สนใจต่อผลกระทบที่เกิดขึ้น เมื่อโลกได้เปลี่ยนไปแล้ว,และรวมจะต้องเปลี่ยน
with it.
ตามมันไป

As we consider the road that unfolds before us, we remember with humble gratitude those brave
เมื่อเราคำนึงถึงถนนที่แผ่ออกไปต่อหน้าพวกเรา, พวกเราระลึกถึงด้วยความกตัญญูอย่างอ่อนน้อมต่อชาวอเมริกัน
Americans who, at this very hour, patrol far-off deserts and distant mountains. They have something to
ผู้ซึ่ง,ณ.ทุกๆชั่วโมงนี้,ที่ปฏิบัติงานอยู่ที่ทะเลทรายที่ห่างไกลและบนเทือกเขาที่ไกลดพ้น พวกเขามีบางอย่าง
tell us, just as the fallen heroes who lie in Arlington whisper through the ages. We honor them not only
ที่จะบอกพวกเรา,เหมือนกับที่วีรบุรุษที่ล่วงลับไปที่นอนอยู่ที่อาร์ลิงตันได้กระซิบผ่านมาหลายช่วงยุค พวกเราให้เกียรติ พวกเขาไม่เพียง
because they are guardians of our liberty, but because they embody the spirit of service; a willingness to
เพราะว่าพวกเราดูแลป้องกันเสรีภาพของพวกเรา,แต่เพราะว่าพวกเขาได้ใส่จิตวิญญาณลงไปในภาระกิจ;ความปารถนา
find meaning in something greater than themselves. And yet, at this moment — a moment that will
ที่จะค้นหาความหมายในบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวพวกเขาเอง และ ,ณ.ขณะนี้–ขณะที่สิ่งนั้นจะ
define a generation — it is precisely this spirit that must inhabit us all.
นิยามรุ่นคน–มันแน่ชัดว่าจิตวิญญาญนี้จะตราตรึงอยู่ในจิตใจของพวกเรา

For as much as government can do and must do, it is ultimately the faith and determination of the
สำหรับสิ่งมากมายที่รัฐบาลสามรถทำได้และต้องทำนั้น,มันคือความศรัทธาและตั้งมั่นอันสูงสุดของ
American people upon which this nation relies. It is the kindness to take in a stranger when the levees
ประชาชนอเมริกันที่ซึ่งประเทศนี้ต้องพึงพามัน มันเป็นความเมตตาที่จะรับคนแปลกหน้าเข้ามาเมื่อเขื่อนแตก,
break, the selflessness of workers who would rather cut their hours than see a friend lose their job which
ความไม่เห็นแก่ตัวของผู้ใช้แรงงานผู้ซึ่งยอมให้ลดชั่วโมงการทำงานของเขาดีกว่าที่จะเห็นเพื่อนต้องตกงาน
sees us through our darkest hours. It is the firefighter’s courage to storm a stairway filled with smoke,
ซึ่ง(ความไม่เห็นแก่ตัวนี้)จะเป็นคุณสมบัติของพวกเราในยามที่มืดมิด มันเป็นความกล้าหาญของนักดับเพลิงที่ลุยฝ่าเข้า ไปในช่องบันไดที่เต็มไปด้วยหมอกควัน,
but also a parent’s willingness to nurture a child, that finally decides our fate.
แต่ความปารถนาของพ่อแม่ที่จะเลี้ยงดูลูกก็เป็นความกล้าหาญเช่นกัน,ซึ่งจะเป็นการกำหนดชะตากรรมของพวกเราในที่สุด

Our challenges may be new. The instruments with which we meet them may be new. But those values
ความท้าทายของพวกเราอาจจะเป็นสิ่งใหม่ เครื่องมือที่ทำให้พวกเราเผชิญกับมันได้มันก็อาจจะเป็นสิ่งใหม่ แต่คุณค่า
upon which our success depends — honesty and hard work, courage and fair play, tolerance and เหล่านั้นซึ่งเป็นตัวกำหนดความสำเร็จของพวกเรา—ความซื่อสัตย์และการทำงานหนัก,ความกล้าหาญและความยุติธรรม
curiosity, loyalty and patriotism — these things are old. These things are true. They have been the quiet,
ความอดทนอดกลั้นและความอยากรู้อยากเห็น,ความซื่อสัตย์และความรักชาติ—สิ่งเหล่านี้นั้นเป็นสิ่งเก่าแก่ สิ่งเหล่านี้เป็นของจริงแท้ มันได้เป็นพลังเงียบ
force of progress throughout our history. What is demanded then is a return to these truths. What is
ของความก้าวหน้าตลอดช่วงประวัติศาสตร์ของพวกเรา สิ่งที่ต้องใช้ในขณะนั้นกลายมาเป็นความจริงเหล่านี้ สิ่งที่
required of us now is a new era of responsibility — a recognition, on the part of every American, that we
ต้องการจากพวกเราในขณะนี้คือยุคใหม่ของความรับผิดชอบ—ความสำนึกอันหนึ่ง,ในส่วนของอเมริกันทุกคน,ว่าเรา
have duties to ourselves, our nation, and the world, duties that we do not grudgingly accept but rather
มีหน้าที่ต่อตนเอง,ต่อประเทศของเรา,และต่อโลกนี้,หน้าที่ที่พวกเราไม่ใช่แค่ค่อยๆยอมรับแต่
seize gladly, firm in the knowledge that there is nothing so satisfying to the spirit, so defining of our
ต้องฉกฉวยมันไว้อย่างเต็มใจ,แน่วแน่ในความรู้ที่ว่าไม่มีอะไรที่จะตอบสนองความพอใจอย่างมากมายต่อจิตต์วิญญาณ,
character, than giving our all to a difficult task
.
ไม่มีอะไรที่บ่งบอกถึงคุณลักษณะได้ดีของพวกเรา,ได้เท่าการให้พวกเราได้ทำงานยากๆ

This is the price and the promise of citizenship.
นี่เป็นต้นทุนที่และเป็นสัญญาของการเป็นพลเมือง
This is the source of our confidence— the knowledge that God calls on us to shape an uncertain destiny.
นี่เป็นแหล่งของความเชื่อมั่นของพวกเรา–ความรู้นี้ซึ่งพระเจ้าประทานให้เราเพื่อที่จะจัดการกับโชคชะตาที่ไม่แน่นอน
This is the meaning of our liberty and our creed — why men and women and children of every race and
นี่เป็นความหมายของเสรีภาพของพวกเราและหลักความเชื่อของพวกเรา–ว่าทำไมชายและหญิงและเด็กๆของทุกๆเชื้อ
every faith can join in celebration across this magnificent mall, and why a man whose father less than
ชาติและทุกๆความเชื่อสามารถมารวมอยู่ด้วยกันเต็มสนามที่สง่างามแห่งนี้,และทำไมผู้ชายคนหนึ่งที่บิดาของเขาเมื่อ
sixty years ago might not have been served at a local restaurant can now stand before you to take a
น้อยกว่าหกสิบปีที่แล้วอาจจะไม่ได้รับการต้อนรับที่ร้านอาหารของท้องถิ่นแห่งหนึ่ง ขณะนี้เขาสามารถมายืนต่อหน้าคุณ
most sacred oath.
เพื่อที่จะทำพิธีสาบานตนที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด
So let us mark this day with remembrance, of who we are and how far we have traveled. In the year of
ดังนั้นขอให้พวกเราทำเครื่องหมายวันนี้ด้วยความจดจำ,ว่าเราเป็นใครและเราเดินทางมาไกลเพียงใด ในปีที่

America’s birth, in the coldest of months, a small band of patriots huddled by dying campfires on the
อเมริกาถือกำเนิดขึ้นมา,ในช่วงที่หนาวที่สุดของหลายๆเดือน,กลุ่มผู้รักชาติกลุ่มเล็กๆเกาะกลุ่มกันใกล้กองไฟที่กำลัง
shores of an icy river. The capital was abandoned. The enemy was advancing. The snow was stained
มอดลงบนชายฝั่งแม่น้ำที่เย็นจนเป็น้ำแข็ง เมืองหลวงแตกแล้ว ศัตรูกำลังรุกไล่เข้ามา กองหิมะเปื้อนไปด้วย
with blood. At a moment when the outcome of our revolution was most in doubt, the father of our nation
เลือด ณ.ขณะหนึ่งเมื่อผลปรากฏว่าการปฏิวัติของพวกเราอยุ่ในจุดที่อาจจะพ่ายแพ้ที่สุด,บิดาของชาติของพวกเรา
ordered these words be read to the people:
ได้สั่งให้นำคำพูดเหล่านี้ไปอ่านให้ประชาชนฟัง:

“Let it be told to the future world…that in the depth of winter, when nothing but hope and virtue could
“ให้มันได้บอกกับโลกในอนาคต…ว่าในช่วงที่หนาวเหน็บของฤดูหนาว,เมื่อมีแต่ความหวังและคุณความดีเท่านั้นที่
survive … that the city and the country, alarmed at one common danger, came forth to meet [it].
” สามารถอยู่รอดได้…ว่าเมืองนี้และประเทศนี้,ถูกปลุกขึ้นด้วยความอันตรายของส่วนรวม,ออกมาเผชิญ(มันซะ)”
America. In the face of our common dangers, in this winter of our hardship, let us remember these
อเมริกา ในการเผชิญหน้ากับอันตรายที่ร่วมกันของพวกเรา,ในฤดูหนาวแห่งความยากลำบากของพวกเรานี้,ขอให้พวก เราจดจำ
timeless words. With hope and virtue, let us brave once more the icy currents, and endure what storms
คำพูดที่เป็นอมตะเหล่านี้ ด้วยความหวังและคุณงามความดี,ขอให้พวกเรากล้าหาญต่อกระแสแห่งความหนาวเหน็บอีก ครั้งหนึ่ง,และอดทนต่อพายุใดๆที่
may come. Let it be said by our children’s children that when we were tested we refused to let this
อาจจะเกิดขึ้น ขอให้ลูกหลานของลูกหลานของพวกเราได้กล่าวกันว่าเมื่อพวกเราถูกทดสอบพวกเราจะปฏิเสธที่จะ
journey end, that we did not turn back nor did we falter; and with eyes fixed on the horizon and God’s
ปล่อยให้การเดินทางนี้จบสิ้นลง,ว่าพวกเราไม่หันหลังกลับ,หรือพวกเราไม่ลังเล; และด้วยสายตาที่จดจ้องอยู่ที่ขอบฟ้า
grace upon us, we carried forth that great gift of freedom and delivered it safely to future generations.
ความเมตตาของพระเจ้าที่มีต่อพวกเรา,พวกเรานำพาของกำนัลอันยิ่งใหญ่ของเสรีภาพออกไปและส่งมอบให้กับคนรุ่น ต่อไปอย่างปลอดภัย
Thank you. God bless you. And God bless the United States of America.
ขอบคุณครับ ขอพระเจ้าได้โปรดประทานพรให้ท่าน และขอพระเจ้าได้โปรดประทานพรให้สหรัฐอเมริกา

ตั้งแต่แปลข่าวมานี่คือสุดยอดของสุยอดของสุดยอดแล้ว ถือเป็นกำไรชีวิตเป็นอย่างมากที่ได้แปลและได้อ่าน ผู้แปลขอ อ้อนวอน วิงวอน ขอร้อง ขอความเมตตา ได้โปรดส่งให้เพื่อนๆได้อ่านด้วย เพราะมันจะเป็นประโยชน์กับทุกๆคน

Download/ฟังเสียงสดที่นี่:http://my.barackobama.com/page/s/eoyoutube?source=eo-youtube
Source: http://www.buildingthailand.net/content/view/206/1/

คำแนะนำ ควร Download/ฟังเสียงMP3 ประกอบ หาได้จาก iTune
VDO DLที่นี่:http://my.barackobama.com/page/s/eoyoutube?source=eo-youtube

ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับ Obama และเรียนอังกฤษ เพิ่มเติมต่อที่
>> http://obama-omama.blogspot.com/2009/02/barack-obama-biography.html

About Biomed MU

Biomedical Engineering @ CWRU,USA
This entry was posted in เรียนการแปลภาษา, Uncategorized. Bookmark the permalink.

One Response to Obama Speech 2009

  1. การแปลเป็นเรื่องแรกๆของการเรียภาษาอังกฤษแต่ทำไมบางครั้งยังงง แต่ไม่ใช่ว่าอาจารย์จะสอนไม่ดีนะคะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s