3. การเดาคำศัพท์โดยดูจากเนื้อความหรือข้อความที่อยู่รอบ ๆ คำนั้น (context)

ขั้นตอนในการเดาคำศัพท์โดยใช้เนื้อความรอบ ๆ หรือบริบท มีดังนี้

1. ดูประเภทของคำ (part of speech) ว่าเป็น noun, verb, adjective หรือ adverb เป็นต้น
2. พิจารณาความสัมพันธ์ของคำที่ไม่ทราบความหมายกับคำต่าง ๆ ในประโยคนั้น เช่น ถ้าคำที่ไม่ทราบเป็น noun ลองดูว่ามีคำ adjective ขยายบ้างไหม หรือมี verb ตัวใดเกี่ยวข้องกับ noun นั้นบ้าง หรือถ้าคำนั้นเป็น verb ก็ดูความสัมพันธ์กับ noun ใดบ้าง และมี verb ขยายหรือไม่

3.พิจารณาความสัมพันธ์ของข้อความหรือประโยคที่มีคำซึ่งไม่ทราบความหมายนั้นกับข้อความ หรือ ประโยคอื่น ๆ บางครั้งความสัมพันธ์ของประโยคเหล่านี้อาจมีคำเชื่อม เช่น but, because, like, i.e.ให้เห็นชัดเจนแต่บางครั้งเมื่อไม่มีอาจต้องพิจารณาความสัมพันธ์เอาเองว่า มันเป็นข้อความที่เป็นเหตุเป็นผลกัน หรือคล้อยตามกัน หรือขัดแย้งกัน เป็นต้น

4. ใช้ข้อมูลที่ได้จากข้อ 1-3 มาพิจารณาความหมายของคำศัพท์นั้น

5. เมื่อได้ความหมายแล้ว ควรตรวจสอบทบทวนอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าความหมายนั้นใกล้เคียงความจริงที่สุด ด้วยการทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

5.1 ดูว่าคำหรือข้อความที่เดาได้นั้นเป็นคำประเภทเดียวกับคำศัพท์ตัวนั้นหรือเปล่า เช่น เป็น noun, verb เหมือนกันหรือเปล่า ถ้าไม่เหมือนกันแสดงว่าคงต้องมีอะไรผิดสักอย่าง

5.2 ให้ลองแทนคำศัพท์นั้นด้วยคำที่เดามาได้ถ้าทำให้ประโยคนั้นมีความหมาย ดีแสดงว่า คำที่เดามาได้คงจะใช้ได้แล้ว ลองดูตัวอย่างต่อไปนี้เพื่อฝึกขั้นตอนในการเดาความหมายของคำศัพท์
ตัวอย่าง
This butter was out of the refrigerator too long; it smells bad and must be rancid.
สมมติคำว่า rancid คือศัพท์ตัวที่ไม่ทราบความหมาย ลองฝึกการเดาตามขั้นตอน ดังนี้

1. ดูประเภทของคำ rancid เป็นคำ adjective เพราะตามหลัง verb to be

2. ดูว่าเกี่ยวข้องกับคำอื่น ๆ ในประโยคอย่างไร ในที่นี้ rancid เป็นคำ adjective บอกสภาพของเนย (butter)

3. ดูความสัมพันธ์ของข้อความที่สอง (it smells bad and must be ancid) กับข้อความแรก (This butter was out of refrigerator too long) ทั้งสองข้อความไม่มีตัวเชื่อมให้เห็นชัดเจน แต่ดูจากความหมายรอบ ๆ ได้ว่า เป็นเหตุเป็นผลกัน เพราะเมื่อนำเนยออกจากตู้เย็นนาน ๆ ผลคือมันจะมีกลิ่นไม่ดีและต้อง rancid

4. เมื่อได้ข้อมูลครบถ้วนแล้วลองเดาความหมายดูในขั้นตอนนี้บางครั้ง อาจใช้ประสบการณ์ช่วยด้วยก็ได้ ลองคิดดูว่าเมื่อเนยอยู่นอกตู้เย็นนาน ๆ นอกจากมันจะอ่อนตัวลง ยังมีกลิ่นไม่ดีแล้วจะบูด เน่า หรือเสียในที่สุด ดังนั้น rancid น่าจะมีความหมายเท่ากับ บูด เสีย หรือ bad, spoiled นั่นเอง

5. ตรวจสอบความหมายที่ได้

5.1 ดูประเภทของคำ คำที่เดาได้ว่า bad หรือ spoiled เป็นคำ adjective เช่นเดียวกับ rancid

5.2 ลองแทนคำว่า rancid ด้วย bad หรือ spoiled ความหมายที่ออก จะได้ว่า

…..it smells bad and must be bad or spoiled คือเนยที่อยู่นอกตู้เย็นนาน ๆ จะมีกลิ่นไม่ดีและบูดเสีย ความหมายก็ใช้ได้ดี ดังนั้น อาจสรุปได้ว่า ความหมายที่เดาได้นี้ น่าจะดีที่สุด เมื่อลองตรวจสอบจากพจนานุกรมอีกที คำว่า rancid มีความหมายว่า decaying fat and butter; having gone bad นับว่าความหมายที่เดาได้นั้นใกล้เคียงที่สุดแล้ว
————————————————————

About Biomed MU

Biomedical Engineering @ CWRU,USA
This entry was posted in เรียนการแปลภาษา. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s