Obama Inaugural Address

Listening Obama Speech (wt scripts):

This is my best way to improve my  english by listening deeply and understanding in real english.

เริ่มต้นฝึกบทสั้นๆจากที่English Central ก่อน > Inauguration Day for Obama

Today I say to you that the challenges we face are real.

วันนี้กระผมขอกล่าวกับทุกท่านว่า ความท้าทายต่างๆที่เรากำลังเผชิญอยู่นั้นมันเป็นเรื่องจริง

They are serious and they are many.

มันร้ายแรงและมันมีจำนวนมากมาย

They will not be met easily or in a short span of time.

ปัญหาเหล่านี้มิอาจแก้ได้อย่างง่ายดายในระยะเวลาอันสั้น

But know this, America — they will be met.

แต่จงรับรู้ไว้เถิดครับ,ชาวอเมริกัน-ว่าสักวันปัญหาเหล่านี้จะถูกขจัดสิ้นไป

On this day, we gather because we have chosen hope over fear,

ในวันนี้,พวกเรามารวมกันเพราะว่าพวกเราเลือกความหวังให้อยู่เหนือความกลัว,

unity of purpose over conflict and discord.

ความเป็นหนึ่งเดียวของเป้าประสงค์เหนือความขัดแย้งและความไม่ลงรอยกัน

On this day, we come to proclaim an end to the petty grievances and false promises,

ในวันนี้,เรามาที่นี่เพื่อประกาศอวสานของความขุ่นเคืองใจเล็กๆน้อยๆและคำ มั่นสัญญาอันเป็นเท็จ,

the recriminations and worn out dogmas,

การกล่าวโทษกันเองและหลักการต่างๆที่หมดสมัย

that for far too long have strangled our politics.

ซึ่งได้ถ่วงความก้าวหน้าทางการเมืองของชาติเรามานานแสนนาน

We remain a young nation,

เรายังคงเป็นประเทศที่อ่อนเยาว์,

but in the words of Scripture, the time has come to set aside childish things.

แต่ตามคำกล่าวในพระคัมภีร์,มันถึงเวลาแล้วที่เราจะละเว้นเรื่องที่อ่อนหัด เสียที

The time has come to reaffirm our enduring spirit;

มันถึงเวลาแล้วที่จะยืนยันถึงจิตวิญญาณอันทรหดอดทนของพวกเรา;

to choose our better history;

เพื่อที่จะเลือกประวัติศาสตร์ที่ดีขึ้นของพวกเรา;

to carry forward that precious gift,

เพื่อที่จะได้นำพาพรสวรรค์อันทรงคุณค่า,

that noble idea, passed on from generation to generation:

ความคิดอันสูงส่ง,ส่งต่อไปจากรุ่นสู่รุ่น :

the God-given promise

นั่นคือคำมั่นสัญญาจากพระผู้เป็นเจ้าที่ว่า

that all are equal,

ทุกๆคนต่างเท่าเทียมกัน,

all are free,

ทุกๆคนต่างเป็นอิสระ,

and all deserve a chance to pursue their full measure of happiness.

และทุกๆคนสมควรได้รับโอกาสที่จะบรรลุความสุขอันเปี่ยมล้นของพวกเขา

Vocabulary:
challenges
V. dare, invite to engage in a contest; stimulate, test one’s ability; deal with; demand that one identify himself (Military)
conflict

ncu. ค้อนฟลิคท (พบบ่อย)

1. การต่อสู้, การพิพาท : He was defeated in the conflict with his enemy.= เขาพ่ายแพ้ในการต่อสู้กับศัตรูของเขา

2. การขัดแย้งกัน(ในความคิดเห็น) : There is a conflict of opinions.= มีความคิดเห็นที่ขัดแย้งกัน

1. (grammar) สังเกต คำนี้มี preposition เฉพาะ: conflict with s.th.=ขัดแย้งกับ (บางสิ่ง) และ in conflict / in conflict with=ขัดแย้งกันอยู่ (กับ)

1. (trick) อย่าสับสนกับ inflict (ก่อให้เกิดความลำบาก, ปัญหา, กำหนด, ตั้ง) และอย่าสับสนกับ afflict (ทำให้เจ็บปวด, ทรมาน, ทำให้วิตกกังวล)

discord

nu. ดิ๊สคอด (En.)

1. ความไม่ลงรอยกัน, การทะเลาะวิวาทกัน : There was discord over who should be their leader.

n. ความไม่ลงรอยกัน, ความขัดแย้ง (syn. conflict, friction)

vi. ไม่ลงรอยกัน, ขัดแย้งกัน (syn. disagree, differ)

proclaim

vt. โปรเคลม (En.)

1. ประกาศ : The people proclaimed him king. ; They proclaimed the man a traitor.

1. (trick) อย่าสับสนกับ acclaim (ต้อนรับด้วยการโห่ร้องหรือร้องเรียกดัง ๆ ด้วยความปิติยินดี; nu ความรู้สึกพอใจ, ความปิติยินดี)

1. (similar) คล้าย declare, announce แต่ proclaim=ประกาศเรื่องที่มีความสำคัญต่อชาติต่อประชาชนให้ทราบ เพราะมีผลกระทบได้เสียต่อรัฐ ต่อแผ่นดิน หรืออาจต่อบุคคลประชาชนธรรมดาก็ได้ : The Government proclaimed a state of emergency.= รัฐบาลได้ประกาศภาวะฉุกเฉิน ; We proclaimed that man was a traitor.= พวกเราประกาศให้ทราบแล้วว่า ชายคนนั้นเป็นคนทรยศ

grievance

n. complaint; resentment; wrong; injustice

promise

v. pledge, give one’s word, vow, commit oneself to a certain course of action

n. pledge, vow, declaration of intention; source of hope, basis for expectations

recrimination

n. การฟ้องกลับ, การแย้งกลับ

ตอบด้วยการกล่าวโทษแย้ง

dogma

n. system of principles; system of religious laws

strangled

หายใจไม่ออก

adj. smothered; stifled; kept under control with difficulty

politics

n. art or science of government; governmental principles; political actions or policies

n. วิชาการเมือง, รัฐศาสตร์, ศิลปะการปกครองโดยรัฐ (syn. foreign affairs, diplomacy); การเมือง, กิจกรรมทางการเมือง, หลักการทางการเมือง, ข้อคิดเห็นทางการเมือง (syn. campaigning, seeking nomination, electioneering); เล่ห์เหลี่ยมทางการเมือง,อุบายทางการเมือง

Scripture

n. คัมภีร์ไบเบิล, คัมภีร์ของคริสตศาสนา

reaffirm

vt. ยืนยันใหม่

enduring

adj. เอ็นดิ๊วริง (En.)

1. คงทน, อยู่ได้นาน : We want enduring happiness.

precious

adj. เพร้ชึ่ดซ (พบบ่อย)

1. มีค่ามาก ประเสริฐ : Life is precious.= ชีวิตมีค่ามาก

2. เป็นที่รักใคร่ : Her child is very precious to her.= ลูกเป็นที่รักใคร่เอ็นดูของหล่อน

deserve

vt. ดิเศิ้บฟ (En.)

1. สมควรจะได้รับ : He deserves a high salary.

pursue

vt. เพอซู้ (ม.ต้น)

1. ไล่ตาม ติดตาม : It is not easy to pursue a butterfly.= การติดตามผีเสื้อ ไม่ใช่ของง่ายเลย ; The police are pursuing the robbers.

2. ดำเนินต่อไป กระทำต่อไป : The reporter pursued the question and finally got his answers.= นักข่าว (ผู้สื่อข่าว) ติดตามคำถามต่อไป จนในที่สุดเขาก็ได้รับคำตอบ ; He pursued his studies in England.

3. มุ่งหา : They pursued pleasure.

1. (trick) อย่าสับสนกับ peruse (อ่าน, ตรวจดู, พิเคราะห์, พินิจพิจารณา)

1. (similar) คล้าย chaperon, escort, convoy, accompany แต่ pursue=ไล่ติดตามเพื่อจับ, ฆ่า, หรือเอาชนะ บางครั้งหมายถึงติดตามการสั่งการ การทำงานว่ามีผลคืบหน้าไปถึงไหนแล้วก็ได้ : The police pursued the escaped prisoner.= เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามนักโทษที่หลบหนี ; They pursued the thief along the road.= พวกเขาได้ติดตามขโมยไปตามถนน


Related Links

See Full Video:

@ The English Blog > Obama’s Inauguration Speech

@ DOT Sub:Free Technology for Teachers(Obama’s Inauguration with Subtitle in 3 Langaguges)

> http://www.freetech4teachers.com/2009/01/obamas-inaugural-address-subtitled-in-3.html


Obama’s Inauguration Speech Part 1-2

Listening Only (No Scripts)

Obama Inaugural Address,January 20,2009

สุนทรพจน์ พิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี

Part1/2

Part 2/2


Obama’s Inauguration Speech Lessons (7 Parts)

Transcripts (English -Thai)

My fellow citizens,

พลเมืองที่รักของข้าพเจ้า,

I stand here today humbled by the task before us,

กระผมยืนอยู่ที่นี่ในวันนี้ ด้วยนอบน้อมต่อภารกิจที่อยู่เบื้องหน้าเรา,

grateful for the trust you have bestowed,

ซาบซึ้งต่อความไว้วางใจที่ท่านมอบให้,

mindful of the sacrifices borne by our ancestors.

ใส่ใจต่อความเสียสละที่บรรพบุรุษของพวกเราเคยแบกรับไว้

I thank President Bush for his service to our nation,

กระผมขอขอบคุณท่านประธานาธิบดีบุชสำหรับการรับใช้ชาติบ้านเมืองของท่าน,

as well as the generosity and cooperation he has shown throughout this

transition.

อีกทั้งความใจกว้างและความร่วมมือที่ท่านได้แสดงออกมาตลอดช่วงระยะการส่งมอบ

ตำแหน่งในครั้งนี้

Forty-four Americans have now taken the presidential oath.

จวบจนวันนี้

มีชาวอเมริกันทั้งสิ้นสี่สิบสี่คนได้กล่าวคำสาบานเพื่อรับตำแหน่ง

ประธานาธิบดี

The words have been spoken during rising tides of prosperity and the

still waters of peace.

ถ้อยคำเหล่านั้นได้กล่าวออกมาในสถานะการณ์แห่งความรุ่งเรืองและความสงบเรียบ

ร้อยของบ้านเมือง

Yet, every so often the oath is taken amidst gathering clouds and

raging storms.

แต่กระนั้น,มีหลายครั้งหลายคราที่คำสาบานนั้นๆ

ได้กล่าวขึ้นท่ามกลางสภาพการณ์ของบ้านเมืองที่

ระส่ำระสายดุจพายุที่โหมกระหน่ำ

At these moments, America has carried on not simply because of the skill

or vision of those

in high office,

ในช่วงเวลาเหล่านี้,อเมริกาได้ผ่านหลายยุคหลายสมัยมาได้มิใช่แค่เพียงเพราะ

ความสามารถหรือวิสัย

ทัศน์ของกลุ่มคนที่อยู่ในทำเนียบรัฐบาล,

but because We, the People, have remained faithful to the ideals of our

forbearers,

แต่เนื่องด้วยเราชาวอเมริกันยังคงดำรงศรัทธาที่มีต่ออุดมการณ์ของบรรพบุรุษ,

and true to our founding documents.

และเชื่อมั่นในเอกสารการสถาปนาประเทศอยู่นั่นเอง

So it has been. So it must be with this generation of Americans.

ด้วยเหตุนี้ชาติเราจึงได้ดำเนินมา

และจะยังคงดำรงต่อไปโดยอเมริกันชนในรุ่นของเรา

That we are in the midst of crisis is now well understood.

ขณะนี้พวกเราเข้าใจกันดีว่าพวกเรากำลังอยู่ในท่ามกลางวิกฤติ

Our nation is at war, against a far-reaching network of violence and

hatred.

ประเทศของเรากำลังอยู่ในสงคราม,กับเครือข่ายของความรุนแรงและเกลียดชังที่

เข้าถึงได้ยาก

Our economy is badly weakened, a consequence of greed and

irresponsibility on the part of

some,จากความโลภและความไม่รับผิดชอบในส่วนนั้นของใครบางคน,

เศรษฐกิจของเรากำลังอ่อนแออย่างรุนแรง,ซึ่งเป็นผลมา

but also our collective failure to make hard choices and prepare the

nation for a new age.

แต่ความล้มเหลวที่สะสมกันมายังได้ทำให้เกิดทางเลือกที่ยากลำบากและตระเตรียม

ประเทศไปสู่ยุคใหม่

Homes have been lost; jobs shed; businesses shuttered.

ผู้คนไร้บ้าน; หลายคนสูญเสียงาน; ธุรกิจมากมายต้องปิดตัวลง

Our health care is too costly;

ระบบประกันสุขภาพของเราก็แพงเกินไป;

our schools fail too many;

โรงเรียนของเราล้มเหลวมากเกินไป;

and each day brings further evidence that the ways we use energy

strengthen our

adversaries and threaten our planet.

และในแต่ละวันจะมีหลักฐานใหม่ชี้ให้เห็นว่าวถีที่เราใช้พลังงานนั้น

มันทำให้คู่ต่อสู้ของเราเข้มแข็งและ

คุกคามต่อโลกของเรา

These are the indicators of crisis, subject to data and statistics.

เหล่านี้คือตัวบ่งชี้วิกฤติ,ที่จัดเก็บได้จากข้อมูลและสถิติ

Less measurable but no less profound

แต่สิ่งที่ชี้วัดได้นั้นน้อยกว่า

หากแต่มิได้มีความลึกซึ้งสำคัญยิ่งหย่อนไปกว่ากัน

is a sapping of confidence across our land

นั่นคือ ความเชื่อมั่นของประชาชนที่ถูกกัดกร่อนไปทั่วทุกหัวระแหง

– a nagging fear that America’s decline is inevitable,

– นั่นคือความกลัวเชิงประชดประชันที่ว่าการถดถอยของอเมริกา

นั้นเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้,

and that the next generation must lower its sights.

และคนรุ่นหลังต้องเจียมตนมากขึ้นกว่าเดิม


Today I say to you that the challenges we face are real.

วันนี้กระผมขอกล่าวกับทุกท่านว่า

ความท้าทายต่างๆที่เรากำลังเผชิญอยู่นั้นมันเป็นเรื่องจริง

They are serious and they are many.

มันร้ายแรงและมันมีจำนวนมากมาย They will not be met easily or in a short

span of time.

ปัญหาเหล่านี้มิอาจแก้ได้อย่างง่ายดายในระยะเวลาอันสั้น

But know this, America — they will be met.

แต่จงรับรู้ไว้เถิดครับ,ชาวอเมริกัน-ว่าสักวันปัญหาเหล่านี้จะถูกขจัดสิ้นไป

On this day, we gather because we have chosen hope over fear,

ในวันนี้,พวกเรามารวมกันเพราะว่าพวกเราเลือกความหวังให้อยู่เหนือความกลัว,

unity of purpose over conflict and discord.

ความเป็นหนึ่งเดียวของเป้าประสงค์เหนือความขัดแย้งและความไม่ลงรอยกัน

On this day, we come to proclaim an end to the petty grievances and

false promises,

ในวันนี้,เรามาที่นี่เพื่อประกาศอวสานของความขุ่นเคืองใจเล็กๆน้อยๆและคำ

มั่นสัญญาอันเป็นเท็จ,

the recriminations and worn out dogmas,

การกล่าวโทษกันเองและหลักการต่างๆที่หมดสมัย

that for far too long have strangled our politics.

ซึ่งได้ถ่วงความก้าวหน้าทางการเมืองของชาติเรามานานแสนนาน

We remain a young nation,

เรายังคงเป็นประเทศที่อ่อนเยาว์,

but in the words of Scripture, the time has come to set aside childish

things.

แต่ตามคำกล่าวในพระคัมภีร์,มันถึงเวลาแล้วที่เราจะละเว้นเรื่องที่อ่อนหัด

เสียที

The time has come to reaffirm our enduring spirit;

มันถึงเวลาแล้วที่จะยืนยันถึงจิตวิญญาณอันทรหดอดทนของพวกเรา;

to choose our better history;

เพื่อที่จะเลือกประวัติศาสตร์ที่ดีขึ้นของพวกเรา;

to carry forward that precious gift,

เพื่อที่จะได้นำพาพรสวรรค์อันทรงคุณค่า,

that noble idea, passed on from generation to generation:

ความคิดอันสูงส่ง,ส่งต่อไปจากรุ่นสู่รุ่น :

the God-given promise นั่นคือคำมั่นสัญญาจากพระผู้เป็นเจ้าที่ว่า

that all are equal,

ทุกๆคนต่างเท่าเทียมกัน,

all are free,

ทุกๆคนต่างเป็นอิสระ,

and all deserve a chance to pursue their full measure of happiness.

และทุกๆคนสมควรได้รับโอกาสที่จะบรรลุความสุขอันเปี่ยมล้นของพวกเขา


In reaffirming the greatness of our nation,

ในการยืนยันถึงความยิ่งใหญ่ของชาติเรานั้น,

we understand that greatness is never a given.

พวกเราเข้าใจว่าความยิ่งใหญ่นั้นใช่จะได้มาเองง่ายๆ

It must be earned.

หากต้องขนขวายเพื่อให้ได้มา

Our journey has never been one of short-cuts or settling for less.

เส้นทางที่เราเดินมานั้นไม่เคยแม้นสักครั้งที่จะเป็นเพียงแค่ทางลัดหรือปรา

สจากการไตร่ตรอง

It has not been the path for the faint-hearted

ไม่เคยเป็นกระทั่งเส้นทางสำหรับคนขลาด

— for those who prefer leisure over work,

— คนที่เลือกความสุขสบายมากกว่าภาระหน้าที่,

or seek only the pleasures of riches and fame.

หรือเสาะแสวงหาความสุนทรีย์จากความร่ำรวยและชื่อเสียงเกียรติยศ

Rather, it has been the risk-takers, the doers, the makers of things

หากแต่เป็นเส้นทางสำหรับผู้กล้า,นักปฏิบัติ,และผู้รังสรรค์สิ่งต่างๆ

-some celebrated but more often

-หลายต่อหลายคนได้รับการยกย่องสรรเสริญ

men and women obscure in their labor,

แต่ยังมีบุรุษสตรีอีกมากมายที่ต้องเหน็ดเหนื่อยอยู่เบื้องหลัง

-who have carried us up the long,

-เพื่อนำพาเราผ่านเส้นทางอันยาวไกล

rugged path towards prosperityand freedom.

ไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองและอิสรภาพ เส้นทางที่มิได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ

For us, they packed up their few worldly possessions and traveled

across oceans in search of a new life.

เพื่อพวกเรา,เขาเหล่านั้นได้เก็บประสพการณ์อันล้ำค่าและออกเดินทางข้าม

น้ำข้ามทะเลเพื่อแสวงหาชีวิตใหม่

For us, they toiled in sweatshops and settled the West;

เพื่อพวกเรา,พวกเขาเหน็ดเหนื่อยในโรงงานนรก และสร้างประเทศตะวันตกขึ้นมา;

endured the lash of the whip and plowed the hard earth.

อดทนต่อปลายแส้และตรากตรำขุดผืนแผ่นดินที่แห้งผาก

For us, they fought and died,

เพื่อพวกเรา,พวกเขาต่อสู้และล้มตาย,

in places like Concord and Gettysburg; Normandy and Khe Sahn.

ในหลายสถานที่เช่น Concord and Gettysburg; Normandy and Khe Sahn.

Time and again these men and women struggled and sacrificed and

worked till their hands were raw so that we might live a better life.

They saw America as bigger than the sum of our individual

ambitions;greater than all the differences of birth or wealth or

faction.

ครั้งแล้วครั้งเล่าที่บุรุษและสตรีเหล่านี้ดิ้นรนและสังเวยและทำงานจน

กระทั่งมือของพวกเขาต้องแสบร้าว จนกระทั่ง พวกเราได้มีชีวิตที่ดีขึ้น

พวกเขามองอเมริกาว่าใหญ่โตกว่ายอดรวมกันของความทะเยอทะยานส่วนบุคคลของพวก

เรา;

ยิ่งใหญ่กว่าความแตกต่างด้านชาติกำเนิด,ความรวย(จน)หรือความเป็นฝักฝ่ายทั้ง

หมด


This is the journey we continue today. We remain the most prosperous,

powerful nation on Earth. Ourworkers are no less productive than when

this crisis began. Our minds are no less inventive, our goods and

services no less needed than they were last week or last month or last

year. Our capacity remainsundiminished. But our time of standing pat, of

protecting narrow interests and putting off unpleasant decisions — that

time has surely passed.Starting today, we must pick ourselves up, dust

ourselves off,and begin again the work of remaking America.

นี่คือการเดินทางที่พวกเรายังดำเนินต่อไปในวันนี้

พวกเรายังคงเป็นประเทศที่รุ่งเรืองที่สุด,มีพลังอำนาจมากที่สุดในโลก

คนงานของพวกเราไม่ได้ด้อยประสิทธิภาพไปกว่าเมื่อวิกฤตินี้เริ่มต้นขึ้น

จิตใจของพวกเราไม่ได้ช่างคิดค้นน้อยลง,สินค้าและบริการของพวกเราไม่ได้เป็น

ที่ต้องการน้อยลงกว่าเมื่ออาทิตย์ที่แล้วหรือเดือนที่แล้วหรือปีที่แล้ว

ความสามารถของพวกเรายังคงไม่ได้ลดลงไป    แต่ช่วงเวลาที่หยุดนิ่งของพวกเรา

,ของการปกป้องผลประโยชน์ในวงแคบๆและการเลื่อนการตัดสินใจที่ต้องเจ็บปวด—

เวลาเช่นนั้นได้ผ่านไปแล้วอย่างแน่นอน

เริ่มใหม่ในวันนี้,พวกเราจะต้องปลุกตัวเองขึ้นมา,ปัดฝุ่นในตนเองออกไป

และเริ่มต้นสร้างอเมริกาใหม่อีกครั้งหนึ่ง

For everywhere we look, there is work to be done. The state of the

economy calls for action,bold and swift, and we will act — not only to

create new jobs, but to lay a new foundationfor growth. We will build

the roads and bridges, the electric grids and digital lines that feedour

commerce and bind us  together. We will restore science to its rightful

place, and wield technology’s wonders to raise health care’s quality

and lower its cost. We will harness thesun and the winds and the soil to

fuel our cars and run our factories. And we will transform our schools

and colleges and universities to meet the demands of a new age. All this

we cando. All this we will do.

ในทุกๆที่ที่เรามองไป,มันมีงานที่ต้องทำเศรษฐกิจของชาติต้องการการดำเนิน

การใดๆ,ที่เด่นชัดและฉับพลัน

และพวกเราจะทำ-ไม่เพียงเพื่อสร้างงานใหม่,แต่เพื่อวางรากฐานใหม่สำหรับการ

เติบโตเราจะสร้างถนนและสะพาน, ระบบไฟฟ้าและสายเชื่อมต่อดิจิตอล

ที่ส่งเสริมการค้าของเราและ รวมเราเข้าไว้ด้วยกัน

เจะรื้อฟื้นงานด้านวิทยาศาสตร์ให้อยู่ในจุดที่ถูกต้อง,และใช้ความมหัศจรรย์

ด้านเทคโนโลยี่เพื่อที่จะยกระดับคุณภาพด้านสาธารณสุขและลดค่าใช้จ่ายลง

เราจะใช้ประโยชน์จากดวงอาทิตย์และลมและพื้นดินเพื่อที่จะเป็นเชื้อเพลิงให้

กับรถยนต์และโรงงานของเราและเราจะปฏิรูปโรงเรียนและวิทยาลัยและมหาวิทยาลัย

ของเราเพื่อที่จะตอบสนองต่อความต้องการของยุคใหม่ ทั้งหมดนี้พวกเราทำได้

ทั้งหมดนี้พวกเราจะทำ

Now, there are some who question the scale of our ambitions — who

suggest that oursystem cannot tolerate too many big plans. Their

memories are short. For they have forgotten what this country has

already done; what free men and women can achieve when imagination is

joined to common purpose,and necessity to courage.

ขณะนี้,มีคนบางคนที่สงสัยในขนาดของความทะเยอทะยานของพวกเรา–ผู้ซึ่งแนะ

ว่าระบบของเราไม่สามารถที่จะทนรับต่อแผนการณ์ใหญ่จำนวนมากมาย

ความจำของพวกเขาสั้นไป

สั้นไปที่พวกเขาลืมไปว่าประเทศนี้ได้ทำอะไรลงไปบ้างแล้ว;

สิ่งที่ชายและหญิงที่เสรีทั้งหลายได้บรรลุเมื่อจินตนาการได้รวมเข้ากับเป้า

ประสงค์ร่วมกันและ สิ่งจำเป็นสำหรับความกล้าหาญ

What the cynics fail to understand is that the ground has shifted

beneath them— that thestale political arguments that have consumed us

for so long no longer apply. The question we ask today is not whether

our government is too big or too small, but whether it works —whether it

helps families find jobs at a decent wage, care they can afford, a

retirement that is dignified. Where the answer is yes, we intend to move

forward. Where the answer is no,programs will end. And those of us who

manage the public’s dollars will be held to account— to spend wisely,

reform bad habits, and do our business in the light of day — becauseonly

then can we restore the vital trust between a people and their

government.

สิ่งที่พวกชอบเยาะเย้ยไม่เข้าใจคือพื้นโลกใต้เท้าพวกเขาได้เปลี่ยนไปแล้ว

–การถกเถียงทางการเมืองที่น่าเบื่อที่กินเวลาพวกเรามาอย่างยาวนานจะไม่มี

อีกแล้ว  คำถามที่เราถามในวันนี้ไม่ใช่ว่ารัฐบาลของเราใหญ่หรือเล็กเกินไป,

แต่มันทำงานได้หรือเปล่าต่างหาก–มันช่วยเหลือครอบครัวต่างๆให้หางานทำที่

ค่าแรงเหมาะสม,มีการดูแลสุขภาพที่พวกเขาสามารถจ่ายได้,การเกษียณอย่างมี

เกียรติได้หรือเปล่า เมื่อคำตอบคือได้,เราตั้งใจที่จะเดินไปข้างหน้า

เมื่อคำตอบคือไม่ได้,ทุกอย่างก็จบ

และคนของเราที่ดูแลจัดการกับเงินภาษีของประชาชนจะต้องถูกควบคุมให้น่าเชื่อ

ถือ—ที่จะใช้เงินอย่างชาญฉลาด,ที่จะปรับแก้นิสัยที่ไม่ดีและที่จะทำงานของ

เราอย่างโปร่งใส–เพราะว่ามีเพียงสิ่งเหล่านี้เท่านั้นที่จะฟื้นคืนความ

เชื่อถือที่จำเป็นระหว่างประชาชนกับรัฐบาลของเขา

Nor is the question before us whether the market is a force for good

or ill. Its power togenerate wealth and expand freedom is unmatched, but

this crisis has reminded us thatwithout a watchful eye, the market can

spin out of control — and that a nation cannotprosper long when it

favors only the prosperous. The success of our economy has

alwaysdepended not just on the size of our Gross Domestic Product, but

on the reach of ourprosperity; on the ability to extend opportunity to

every willing heart —not out of charity, butbecause it is the surest

route to our common good.

ไม่ว่าคำถามที่อยู่ต่อหน้าพวกเราจะคือตลาดจะเป็นแรงผลักดันไปสู่ความดี

หรือเลว

พลังของมันที่จะสรรค์สร้างความมั่งคั่งกับการขยายเสรีภาพนั้นมันหาสิ่ง

เปรียบไม่ได้,

แต่วิกฤตินี้ก็ได้ก็ได้ย้ำเตือนพวกเราว่าถ้าปราศจากสายตาที่เฝ้ามองตลาดจะ

ออกไปนอกการควบคุม–และประเทศจะไม่สามารถรุ่งเรืองอย่างยาวนานได้เมื่อตลาด

นั้นตอบสนองต่อแค่ผู้ที่มั่งคั่งเท่านั้น

ความสำเสร็จทางด้านเศรษฐกิจของเราไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดของจีดีพีเท่านั้น

แต่ขึ้นอยู่กับการเข้าถึงของพวกเราในความรุ่งเรืองนี้;

ในความสามารถที่จะขยายโอกาสออกไปสู่ทุกๆจิตใจที่มีความปารถนา—ไม่ใช่เพิกเฉย

ต่อความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่,แต่เพราะว่ามันเป็นวิถีที่มั่นใจที่สุดที่จะไป

สู่ผลประโยชน์โดยรวม


As for our common defense, we rejectas false

the choice between our safety and our ideals.

เพื่อเป็นการป้องกันผลประโยชน์โดยรวมของพวกเรา,พวกเรา

ปฏเสธความผิดพลาดในการเลือกระหว่างความปลอดภัยของพวกเราและอุดมคติของพวกเรา

Our Founding Fathers, faced with perils we can scarcely imagine,

drafted a charter toassure the rule of law and the rights of man, a

charter expanded by the blood of generations. Those ideals still light

the world,and we will not give them up for expedience’ssake. And so to

all other peoples and governments who are watching today, from

thegrandest capitals to the small village where my father was born: know

that America is afriend of each nation and every man, woman, and child

who seeks a future of peace and dignity, and we are ready to lead once

more.

บิดาผู้ก่อตั้งประเทศของเรา,ได้เผชิญกับภัยอันตรายที่พวกเราแทบจินตนาการ

ไม่ได้,ได้ร่างกฏบัตรหนึ่งเพื่อที่จะทำให้มั่นใจไดถึงหลักแห่งกฏหมาย

และสิทธิของคน,

กฏบัตรหนึ่งที่ต้องใช้เลือดเนื้อของคนหลายรุ่นเพื่อให้ได้รับการบังคับใช้

อย่างกว้างขวาง อุดมคติ เหล่านั้นยังคงสร้างความสว่างไสวให้กับโลกนี้

และพวกเราจะไม่ยกเลิกมันเพียงเพื่อหลีกเลี่ยงความยุ่งยาก

และเหมือนกันที่ประชาชนและรัฐบาลอื่นๆซึ่ง

กำลังดูเราอยู่ในวันนี้,จากเหมืองหลวงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดไปสู่หมู่บ้านเล็กๆ

ที่ซึ่งเป็นที่เกิดของบิดาข้าพเจ้า:

รู้ว่าอเมริกาเป็นเพื่อนกับทุกประเทศและสุภาพบุรูษทุกคน,สุภาพสตรีทุกคนและ

เด็กๆทุกคน

ผู้ซึ่งกำลังค้นหาอนาคตของสันติภาพและเกียรติยศ,และพวกเราพร้อมที่จะเป็นผู้

นำอีกครั้งหนึ่ง

Recall that earlier generations faced down fascism and communism not

just with missiles and tanks, but with sturdy alliances and enduring

convictions. They understood that ourpower alone cannot protect us,nor

does it entitle us to do as we please. Instead, they knewthat our power

grows through its prudent use; our security emanates from the justness

of our cause, the force of our example, the tempering qualities of

humility and restraint.

หวนไปถึงชนรุ่นก่อนๆที่ได้เผชิญหน้ากับลัทธิฟาสซิสต์และลัทธิคอมมิวนิสต์

ไม่ใช่แค่ด้วยจรวดและรถถังเท่านั้น,แต่ด้วยพันธมิตรที่แข็งแกร่งและความ

เชื่อมั่นที่ทรหด

พวกเขาเข้าใจว่าอำนาจของพวกเราเพียงผู้เดียวไม่สามารถปกป้องเราได้หรือไม่

ใช่เป็นเรื่องของเราที่จะทำตามที่เราปารถนา

แต่พวกเขารู้ว่าอำนาจของพวกเราจะมีพลังเพิ่มขึ้นผ่านการใช้ที่รอบคอบ;ความ

ปลอดภัยของพวกเราเกิดมาจากความเป็นธรรมที่พวกเราได้ทำลงไป,

กำลังนี้ของแบบอย่างของพวกเรา

คุณสมบัติของความอ่อนน้อมและความยับยั้งชั่งใจที่กำลังเข้มแข็งขึ้น

We are the keepers of this legacy. Guided by these principles once

more, we can meetthose new threats that demand even greater effort —

even greater cooperation and understanding between nations. We will

begin to responsibly leave Iraq to its people, andforge a hard-earned

peace in Afghanistan. With old friends and former foes, we will work

tirelessly to lessen the nuclear threat, and roll back the specter of a

warming planet. We willnot apologize for our way of life, nor will we

waver in its defense, and for those who seek to advance their aims by

inducing terror and slaughtering innocents, we say to you now thatour

spirit is stronger and cannot be broken; you cannot outlast us, and we

will defeat you

พวกเราคือผู้รักษาไว้ซึ่งตำนานนี้

โดยใช้แนวทางจากหลัการพวกนี้อีกครั้งหนึ่ง,พวกเราสามารถจัดการกับความคุก

คามใหม่ๆที่ต้องการความอุตสาหะที่ยิ่งใหญ่ขึ้นอย่างมาก–ความร่วมมือและความ

เข้าใจที่มากขึ้นระหว่างชาติต่างๆเราจะปล่อยอิรักให้กับประชาชนของเขาปกครอง

กันเองอย่างที่เรามีความรับผิดชอบ,

และพยายามที่จะสร้างสันติภาพที่ได้มาอย่างยากเย็นในอัฟกานิสถาน

ด้วยสหายเก่าๆและอดีตปรปักษ์,

พวกเราจะทำงานอย่างไม่เหน็ดเหนื่อยเพื่อที่จะลดภัยคุกคามจากอาวุธนิวเคลียร์

,และจะลดความเลวร้ายของโลกที่กำลังร้อนขึ้น

พวกเราจะไม่ขอโทษในวิถีชีวิตของพวกเรา,หรือจะไม่โลเลในการปกป้องมัน,และ

สำหรับคนเหล่านั้นผู้ซึ่งกำลังหาทางที่จะบรรลุเป้าหมายด้วยการนำมาซึ่งความ

หวาดกลัวและการเข่นฆ่ผู้บริสุทธ์,

พวกเราบอกกับพวกคุณว่าจิตวิญญาณของพวกเรานั้นแข็งแกร่งกว่าคุณและจะไม่ถูก

ทำลายลง; คุณจะไม่ชนะพวกเรา, และพวกเราจะเอาชนะคุณ


For we know that our patchwork heritage is a strength, not a

weakness. We are a nation ofChristians and Muslims, Jews and Hindus —

and non-believers. We are shaped by every language and culture,drawn

from every end of this Earth; and because we have tasted the bitter

swill of civil war and segregation, and emerged from that dark chapter

stronger and more united, we cannot help but believe that the old

hatreds shall someday pass; that the lines of tribe shall soon dissolve;

that as the world grows smaller, our common humanity shall reveal

itself; and that America must play its role in ushering in a new era of

peace.

เรารู้ว่ามรดกแห่งการร้อยเรียงชิ้นส่วนเล็กให้เป็นสิ่งใหญ่ของเรานั้นคือ

ความเข้มแข็ง,ไม่ใช่ความอ่อนแอ

เราเป็นประเทศของคนนับถือศาสนาคริสต์และมุสลิม,ยิวและฮินดู—และผู้ไม่นับถือ

ศาสนา เราถูกสร้าง

ขึ้นด้วยทุกๆภาษาและวัฒนธรรม,ที่ถูกดึงมาจากทุกๆขอบเขตของโลกนี้;

และเพราะว่าเราได้ลิ้มรสความ

ขมขื่นอย่างมากของสงครามกลางเมืองและการแบ่งแยกเชื้อชาติ,และโผล่ออกมาจาก

ช่วงเวลาแห่ง ความมืดมิดด้วยความเข้มแข็งขึ้น

และเป็นหนึ่งเดียวกันมากขึ้น,เราไม่สามารถทำอะไรได้แต่เราเชื่อว่าความ

เกลียดชังเก่าๆจะผ่านไปในวันใดวันหนึ่ง;

เส้นแบ่งของเชื้อชาติจะแก้ไขได้ในไม่ช้า;เมื่อโลกเล็ก

ลงเรื่อยๆ,มนุษยธรรมโดยรวมของพวกเราก็จะเผยตัวตนออกมา;และนั่นอเมริกาจะต้อง

เล่นบทในการนำไปสู่ในยุคใหม่แห่งสันติภาพ

To the Muslim world, we seek a new way forward, based on mutual

interest and mutual respect. To in a new era of peace.those leaders

around the globe who seek to sow conflict, or blame their society’s ills

on the West —know that your people will judge you on what youcan build,

not what you destroy. To those who cling to power through corruption

and deceit and the silencing of dissent, know that you are on the wrong

side of history; but that we will extend a hand if you are willing to

unclench your fist.

ถึงโลกมุสลิม,เราจะค้นหาแนวทางใหม่ที่จะเดินหน้าไป,บนพื้นฐานของผล

ประโยชน์ของทั้งสองฝ่าย และการเคารพซึ่งกันและกัน

ถึงผู้นำต่างๆรอบๆโลกผู้ซึ่งกำลังหาทางที่จะแพร่กระจายความขัดแย้ง,หรือ

โทษว่าสิ่งที่ไม่ดีในสังคมของพวกเขาเกิดประเทศตะวันตก—ได้รู้ว่าประชาชนของ

คุณจะตัดสินคุณที่สิ่ง ที่คุณสร้าง,ไม่ใช่สิ่งที่คุณทำลาย

ถึงผู้นำที่เกาะติดอยู่กับ อำนาจด้วยการคอรัปชั่นและการหลอกลวง

และการปกปิดความขัดแย้ง,ได้รู้ว่าคุณกำลังอยู่ในข้างที่ผิดของประวัติศาสตร์

; แต่พวกเราจะยื่นมือออก ไปช่วยเหลือถ้าคุณปารถนาที่จะแบมือออกมา

To the people of poor nations, we pledge to work alongside you to

make your farms flourish and let clean waters flow; to nourish starved

bodies and feed hungry minds. And to those nations like ours that enjoy

relative plenty, we say we can no longer afford indifference to

suffering outside our borders; nor can we with it.

ถึงประชาชนของประเทศที่ยากจน,เราสัญยาด้วยเกียรติว่าจะทำงานร่วมกับท่าน

ที่จะทำให้เกษตรกรรม

ของท่านอุดมสมบูรณ์และจะทำให้น้ำสะอาดได้ไหลไป;เพื่อที่จะเลี้ยงดูร่างกาย

ที่อดอยากและหล่อเลี้ยงจิตใจที่หิวโหย

และถึงประเทศที่หมือนกับเราที่มีความสุขอยู่กับความอุดมสมบูรณืเมื่อเทียบ

กับ

ประเทศอื่นๆ,เราจะบอกว่าเราจะไม่สามารถทนรับได้ในการเพิกเฉยต่อความเจ็บปวด

นอกพรมแดนของพวกเราได้อีกต่อไป;

หรือเราไม่สามารถบริโภคทรัพยากรของโลกโดยไม่สนใจต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นเมื่อ

โลกได้เปลี่ยนไปแล้ว,และรวมจะต้องเปลี่ยน ตามมันไป


As we consider the road that unfolds before us, we remember with

humble gratitude those brave Americans who, at this very hour, patrol

far-off deserts and distant mountains. They have something to tell us,

just as the fallen heroes who lie in Arlington whisper through the ages.

We honor them not only because they are guardians of our liberty, but

because they embody the spirit of service; a willingness to find meaning

in something greater than themselves. And yet, at this moment — a

moment that will define a generation — it is precisely this spirit that

must inhabit us all.

เมื่อเราคำนึงถึงถนนที่แผ่ออกไปต่อหน้าพวกเรา,

พวกเราระลึกถึงด้วยความกตัญญูอย่างอ่อนน้อมต่อ ชาวอเมริกัน

ผู้ซึ่ง,ณ.ทุกๆชั่วโมงนี้,ที่ปฏิบัติงานอยู่ที่ทะเลทรายที่ห่างไกลและบน

เทือกเขาที่ไกลดพ้นพวกเขามีบางอย่างที่จะบอกพวกเรา,เหมือนกับที่วีรบุรุษที่

ล่วงลับไปที่นอนอยู่ที่อาร์ลิงตันได้กระซิบผ่านมาหลายช่วงยุค

พวกเราให้เกียรติ

พวกเขาไม่เพียงเพราะว่าพวกเราดูแลป้องกันเสรีภาพของพวกเรา,แต่เพราะว่าพวก

เขาได้ใส่จิตวิญญาณลงไปในภาระกิจ;ความปารถนาที่จะค้นหาความหมายในบางสิ่งที่

ยิ่งใหญ่กว่าตัวพวกเขาเอง และ ,ณ.ขณะนี้–ขณะที่สิ่งนั้นจะ

นิยามรุ่นคน–มันแน่ชัดว่าจิตวิญญาญนี้จะตราตรึงอยู่ในจิตใจของพวกเรา

For as much as government can do and must do, it is ultimately the

faith and determination of the American people upon which this nation

relies. It is the kindness to take in a stranger when the levees break,

the selflessness of workers who would rather cut their hours than see a

friend lose their job which sees us through our darkest hours. It is the

firefighter’s courage to storm a stairway filled with smoke,but also a

parent’s willingness to nurture achild, that finally decides our fate.

สำหรับสิ่งมากมายที่รัฐบาลสามรถทำได้และต้องทำนั้น,มันคือความศรัทธาและ

ตั้งมั่นอันสูงสุดของประชาชนอเมริกันที่ซึ่งประเทศนี้ต้องพึงพามัน

มันเป็นความเมตตาที่จะรับคนแปลกหน้าเข้ามาเมื่อเขื่อนแตก,ความไม่เห็นแก่ตัว

ของผู้ใช้แรงงานผู้ซึ่งยอมให้ลดชั่วโมงการทำงานของเขาดีกว่าที่จะเห็นเพื่อน

ต้องตกงานซึ่ง(ความไม่เห็นแก่ตัวนี้)จะเป็นคุณสมบัติของพวกเราในยามที่มืด

มิด

มันเป็นความกล้าหาญของนักดับเพลิงที่ลุยฝ่าเข้าไปในช่องบันไดที่เต็มไปด้วย

หมอกควัน,แต่ความปารถนาของพ่อแม่ที่จะเลี้ยงดูลูกก็เป็นความกล้าหาญเช่นกัน

,ซึ่งจะเป็นการกำหนดชะตากรรมของพวกเราในที่สุด

Our challenges may be new. The instruments with which we meet them

may be new. Butthose values upon which our success depends — honesty and

hard work, courage and fairplay, tolerance and curiosity, loyalty and

patriotism — these things are old. These things aretrue. They have been

the quiet,force of progress throughout our history. What is demanded

then is a return to these truths. What is required of us now is a new

era of responsibility — arecognition, on the part of every American,

that we have duties to ourselves, our nation,and the world, duties that

we do not grudgingly accept but rather seize gladly, firm in the

knowledge that there is nothing so satisfying to the spirit, so defining

of our character, than giving our all to a difficult task.

ความท้าทายของพวกเราอาจจะเป็นสิ่งใหม่

เครื่องมือที่ทำให้พวกเราเผชิญกับมันได้มันก็อาจจะเป็นสิ่งใหม่

แต่คุณค่าเหล่านั้นซึ่งเป็นตัวกำหนดความสำเร็จของพวกเรา—ความซื่อสัตย์และ

การทำงานหนัก,

ความกล้าหาญและความยุติธรรมความอดทนอดกลั้นและความอยากรู้อยากเห็น,ความซื่อ

สัตย์และความรักชาติ—สิ่งเหล่านี้นั้นเป็นสิ่งเก่าแก่

สิ่งเหล่านี้เป็นของจริงแท้

มันได้เป็นพลังเงียบของความก้าวหน้าตลอดช่วงประวัติศาสตร์ของพวกเรา

สิ่งที่ต้องใช้ในขณะนั้นกลายมาเป็นความจริงเหล่านี้ สิ่งที่ต้องการ

จากพวกเราในขณะนี้คือยุคใหม่ของความรับผิดชอบ—ความสำนึกอันหนึ่ง,ในส่วน

ของอเมริกันทุกคน,ว่าเรามีหน้าที่ต่อตนเอง,ต่อประเทศของเรา,และต่อโลกนี้

,หน้าที่ที่พวกเราไม่ใช่แค่ค่อยๆยอมรับแต่ต้องฉกฉวยมันไว้อย่างเต็มใจ,แน่ว

แน่ในความรู้ที่ว่าไม่มีอะไรที่จะตอบสนองความพอใจอย่างมากมายต่อจิตต์วิญญาณ

,

ไม่มีอะไรที่บ่งบอกถึงคุณลักษณะได้ดีของพวกเรา,ได้เท่าการให้พวกเราได้ทำงาน

ยากๆ

This is the price and the promise of citizenship.

นี่เป็นต้นทุนที่และเป็นสัญญาของการเป็นพลเมือง

This is the source of our confidence— the knowledge that God calls on

us to shape an uncertain destiny.

นี่เป็นแหล่งของความเชื่อมั่นของพวกเรา–ความรู้นี้ซึ่งพระเจ้าประทานให้

เราเพื่อที่จะจัดการกับโชคชะตาที่ไม่แน่นอน

This is the meaning of our liberty and our creed — why men and women

and children of every race and every faith can join in celebration

across this magnificent mall, and why a man whose father less than sixty

years ago might not have been served at a local restaurant can now

stand before you to take a most sacred oath.

นี่เป็นความหมายของเสรีภาพของพวกเราและหลักความเชื่อของพวกเรา–ว่าทำไม

ชายและหญิงและ

เด็กๆของทุกๆเชื้อชาติและทุกๆความเชื่อสามารถมารวมอยู่ด้วยกันเต็มสนามที่

สง่างามแห่งนี้,และทำไม

ผู้ชายคนหนึ่งที่บิดาของเขาเมื่อน้อยกว่าหกสิบปีที่แล้วอาจจะไม่ได้รับการ

ต้อนรับที่ร้านอาหารของท้องถิ่นแห่งหนึ่ง

ขณะนี้เขาสามารถมายืนต่อหน้าคุณเพื่อที่จะทำพิธีสาบานตนที่ศักดิ์สิทธิ์ที่

สุด


So let us mark this day with remembrance, of who we are and how far

we have traveled. In the year of America’s birth, in the coldest of

months, a small band of patriots huddled by dying campfires on the

shores of an icy river. The capital was abandoned. The enemy

wasadvancing. The snow was stained shores of an icy river. The capital

was abandoned. The enemy was advancing. The snow was stained  with

blood. At a moment when the outcomeof our revolution was most in doubt,

the father of our nation ordered these words be read to the people:

ดังนั้นขอให้พวกเราทำเครื่องหมายวันนี้ด้วยความจดจำ,ว่าเราเป็นใครและเรา

เดินทางมาไกลเพียงใด ในปีที่

อเมริกาถือกำเนิดขึ้นมา,ในช่วงที่หนาวที่สุดของหลายๆเดือน,กลุ่มผู้รัก

ชาติกลุ่มเล็กๆเกาะกลุ่มกันใกล้กองไฟที่กำลังมอดลงบนชายฝั่งแม่น้ำที่เย็นจน

เป็น้ำแข็ง  เมืองหลวงแตกแล้ว

ศัตรูกำลังรุกไล่เข้ามากองหิมะเปื้อนไปด้วยเลือด

ณ.ขณะหนึ่งเมื่อผลปรากฏว่าการปฏิวัติของพวกเราอยุ่ในจุดที่อาจจะพ่ายแพ้ที่

สุด,บิดาของชาติของพวกเรา ได้สั่งให้นำคำพูดเหล่านี้ไปอ่านให้ประชาชนฟัง:

“Let it be told to the future world…that in the depth of winter,

when nothing but hope and virtue could survive … that the city and the

country, alarmed at one common danger, cameforth to meet [it].”

“ให้มันได้บอกกับโลกในอนาคต…ว่าในช่วงที่หนาวเหน็บของฤดูหนาว,เมื่อมี

แต่ความหวังและคุณความดีเท่านั้นที่

สามารถอยู่รอดได้…ว่าเมืองนี้และประเทศนี้,ถูกปลุกขึ้นด้วยความอันตรายของ

ส่วนรวม,ออกมาเผชิญ(มันซะ)”

America. In the face of our common dangers, in this winter of our

hardship, let usremember these timeless words. With hope and virtue, let

us brave once more the icy currents, and endure what storms may come.

Let it be said by our children’s children that when we were tested we

refused to let this journey end, that we did not turn back nor did we

falter; and with eyes fixed on the horizon and God’s grace upon us, we

carried forth that great gift of freedom and delivered it safely to

future generations.

อเมริกา

ในการเผชิญหน้ากับอันตรายที่ร่วมกันของพวกเรา,ในฤดูหนาวแห่งความยากลำบากของ

พวกเรานี้,ขอให้พวกเราจดจำ คำพูดที่เป็นอมตะเหล่านี้

ด้วยความหวังและคุณงามความดี,ขอให้พวกเรากล้าหาญต่อกระแสแห่งความหนาวเหน็บ

อีกครั้งหนึ่ง,และอดทนต่อพายุใดๆที่อาจจะเกิดขึ้น

ขอให้ลูกหลานของลูกหลานของพวกเราได้กล่าวกันว่าเมื่อพวกเราถูกทดสอบพวกเราจะ

ปฏิเสธที่จะ

ปล่อยให้การเดินทางนี้จบสิ้นลง,ว่าพวกเราไม่หันหลังกลับ,หรือพวกเราไม่ลังเล

; และด้วยสายตาที่จดจ้องอยู่ที่ขอบฟ้า

ความเมตตาของพระเจ้าที่มีต่อพวกเรา,พวกเรานำพาของกำนัลอันยิ่งใหญ่ของ

เสรีภาพออกไปและส่งมอบให้กับคนรุ่นต่อไปอย่างปลอดภัย

Thank you. God bless you. And God bless the United States of America.

ขอบคุณครับ  ขอพระเจ้าได้โปรดประทานพรให้ท่าน

และขอพระเจ้าได้โปรดประทานพรให้สหรัฐอเมริกา

About Biomed MU

Biomedical Engineering @ CWRU,USA
This entry was posted in >4 Great Speeches For Better Speaking. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s