>Listening is The Key

Listening First: Listen,Listen and Listen!!!
เริ่มต้นฝึก จากการฟังให้มากกว่าพูด จะพูดได้คล่องเอง
ต้องฟังให้มาก  ไม่ต้องรีบหัดพูดถ้ายังฟังไม่เข้าใจ

What is the most important English skill? What skill must you have to communicate well?

The Key To Excellent Speaking (By AJ Hoge,Effortless English)

Click to Listen > http://www.4shared.com/embed/398343798/7a3f97e7

What is the most important english skill?
อะไรคือสิ่งสำคัญในการใช้ภาษาอังกฤษ
What skill you must have to communicate well?
อะไรที่คุณจำเป็นต้องมีเพื่อสื่อสารเพื่อการสื่อสารที่ดี

Obviously, number 1 is Fluency. What is fluency?
แน่นอนที่สุด, อันดับ 1 คือ คล่องแคล่วลื่นไหล อะไร คือ คล่องแคล่วลื่นไหล
Fluency is the ability to speak (and understand) English quickly and easily… WITHOUT translation.
ความคล่องแคล่วลื่นไหล ในที่นี้คือ ความสามารถในการพูด (และเข้าใจ) ภาษาอังกฤษได้รวดเร็วและง่ายดาย โดยไม่ต้องแปล
Fluency means you can talk easily with native with speakers– they easily understand you, and you easily understand them.
ความลื่นไหลคล่องตัว (ในที่นี้) หมายถึง คุณสามารถพูดกับเจ้าของภาษาได้ง่าย– พวกเขาเข้าใจคุณ, และคุณก็เข้าใจพวกเขาอย่างสบาย.

Infact, you speak and understand instantly.
อันที่จริงคือ,  คุณพูดและเข้าใจได้ทันที

Fluency is your most important English goal.
ความลื่นไหลคล่องตัวคือเป้าหมายที่สำคัญในภาษาอังกฤษ

The research is clear– there is only one way to get fluency.
งานวิจัยแสดงให้เห็นว่า– มีเพียงวิธีเดียวที่จะได้มาซึ่ง ความลื่นไหลคล่องตัวนี้
You do not get fluency by reading text-books.
คุณไม่มีทางที่จะเก่ง ได้จากการอ่านตำรา
You do not get fluency by going to English schools.
คุณไม่มีทางจะเก่ง ได้จากการไปโรงเรียนภาษา
You do not get fluency by studying grammar rules.
คุณไม่มีทางจะเก่ง ได้จากการเรียนหลักไวยกรณ์

Listening Is The Key
การฟังคือกุญแจ

To get English fluency, you must have a lot of understandable repetitive listening
การจะเก่งภาษาอังกฤษ, คุณต้องมี การฟังซ้ำๆที่คุณสามารถเข้าใจได้
That is the ONLY way. To be the FANTASTIC English speaker, you must learn English with your ears, not with your eyes.
มีเพียงหนทางเดียว. ที่จะเป็นผู้พูดภาษาอังกฤษที่เก่งกาจ, คุณต้องเรียนภาษาอังกฤษด้วยหู, ไม่ใช่ด้วยตา
In other words, you must listen. Your ears are the key to excellent speaking
พูดอีกอย่างนึง, คุณต้องฟัง. หูของคุณคือกุญแจสู่ การพูดที่ดีเยี่ยม

What kind of the listening is best?
การฟังแบบไหนดีที่สุด?
Well, it must be understandable and must be repetitive.
มันต้องสามารถเข้าใจได้และ ต้องนำมาทบทวนซ้ำได้.
Both of those words are important– Understandable and Repetitive.
สองคำนี้มีความสำคัญ– เข้าใจได้ และ ทบทวนซ้ำ

If you don’t understand, you learn nothing.
ถ้าคุณไม่เข้าใจ, ก็เหมือนไม่ได้เรียนอะไร.
You will not improve. That’s why listening to English TV does not help you.
คุณจะไม่ได้ปรับปรุง. และนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไม การฟังรายการทีวีภาษาอังกฤษไม่ได้ช่วยอะไรคุณเลย.
You don’t understand most of it. It is too difficult. It is too fast.
โดยส่วนใหญ่คุณไม่เข้าใจมัน. มันยากเกินไป. มันเร็วเกินไป.

Its obvious right? If you do not understand, you will not improve.
มันเห็นได้ชัดเลยใช่หรือไม่? ถ้าคุณไม่เข้าใจ, คุณก็จะไม่เก่งขึ้น.
So, the best listening material is EASY.
ดังนั้น, สาสน์ของการฟังที่ดีที่สุดคือ “ง่าย”.
That’s right you should listen mostly to easy English.
ถูกต้อง คุณควรจะเลือกฟัง จำเพาะภาษาอังกฤษอย่างง่าย.
Most students listen to English that is much too difficult.
นักเรียนส่วนใหญ่ ฟังภาษาอังกฤษที่ยากเกินไป
They don’t understand enough, and so they learn slowly.
พวกเขาไม่เข้าใจมันเพียงพอ, และมันทำให้เรียนได้ช้า
Listen to easier English, and your speaking will improve faster!
ฟังภาษาอังกฤษที่เข้าใจง่าย, มันจะทำให้การพูดของคุณพัฒนาเร็วขึ้น!

Understanding is Only Half The Formula.
ความเข้าใจ เป็น แค่กึ่งหนึ่งของสูตรสำเร็จ

Understanding is not enough.
ความเข้าใจแต่เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ
You must have a lot of repetition.
คุณต้องมีการทบทวนซ้ำมากๆ
If you hear a new word only once, you will soon forget it.
ถ้าคุณได้ยินคำใหม่หนึ่งครั้ง, คุณจะลืมมันในไม่ช้า
If you hear it 5 times, you will still probably forget it!
ถ้าคุณได้ยินมันอีก 5 ครั้ง, คุณก็จะลืมมันอีกในอีกไม่นาน

You must hear new words and new grammar many times before you will understand them instantly.
คุณต้องได้ยินคำและไวยกรณ์หลายต่อหลายครั้ง ก่อนที่คุณจะเข้าใจมันได้อย่างทันที

How many times is necessary?
กี่ครั้งจึงจะเพียงพอ
Most people must hear a new word 30 times to remember it forever.
คนส่วนใหญ่จะได้ยินคำใหม่ ประมาณ 30 ครั้งและจะจำได้ตลอด
To know a word and instantly understand it, you probably need to hear it 50-100 times!
ที่จะรู้จักคำและเข้าใจมันได้ทันที, คุณจำเป็นต้องได้ยินคำเหล่านั้นประมาณ 50-100 ครั้ง!

That’s why I tell my students to listen to all of my lessons many times.
นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมผมจึงบอกนักเรียนของผมให้ฟังบทเรียนทุกบท หลายๆครั้ง.
I tell them to listen to the Mini Stories, the Vocab Lessons, The Point-of-View Stories, and the Audio articles everyday.
ผมบอกให้พวกเขาฟังเรื่องสั้น, บทเรียนเกี่ยวกับคำศัพท์, ความเห็นของเรื่องราว, และบทความเสียง ทุกวัน
I recommend that they listen to each lesson a total of 30 times (for example, 2 times a day for two weeks).
ผมแนะนำพวกเขาให้ฟังแต่ละบทโดยรวม 30 ครั้ง (ยกตัวอย่าง 2 ครั้งต่อวันเป็นเวลา 2 สัปดาห์)

So. the two most important points are: listen to easier English and listen to each thing many times.
ดังนั้น 2 จุดสำคัญคือ ฟังภาษาอังกฤษอย่างง่ายๆและฟังบ่อยๆ

Suggestion For Powerful Listening and Excellent Speaking
คำแนะนำสำหรับการฟังที่ดีและการพูดอย่างมีคุณภาพ

1. Practice “Narrow Listening”
1. ฝึก “ฟังแบบจำกัด”

“Narrow Listening” means listening to many things about the same topic.
“การฟังแบบจำกัด” หมายถึง การฟังหลายๆสิ่งภายในหัวข้อเดียวกัน
This method is more powerful than trying to listen to many different kinds of things.
วิธีนี้เป็นวิธีที่ดีกว่าการฟัง หลายๆสิ่งในหลากหลายหัวข้อ
Students who listen to similar things learn faster and speak better than students who listen to different kinds  of things.
นักเรียนที่ฟังเรื่องราวซ้ำกัน นั้นเรียนได้เร็วกว่าและพูดได้ดีกว่า นักเรียนที่ฟังเรื่องราวที่หลากหลาย.

For example, you can choose one speaker and find many things by him.
ยกตัวอย่าง, คุณสามารถเลือกนักพูดคนหนึ่งและจับใจความจากเขา.
Listen to all of his podcast, audio books, and speeches.
ฟังจาก รายการวิทยุหรือไฟล์เสียง และ คำปราศรัยต่างๆ
This is powerful because all speakers have favourite vocabulary and grammar.
นี้เป็นวิธีการที่ได้ผลเพราะนักพูดทุกคนจะมีคำศัพท์และไวยกรณ์ที่ชอบใช้
They naturally repeat this many times.
เขาจะใช้มันซ้ำไปมาโดยไม่รู้ตัว
By listening to many things by the same person, you automatically get a lot of vocabulary repetition.
และการฟังหลายประเด็นจากคนๆเดียวกัน, จะทำให้คุณได้ทบทวนคำศัพท์ไปในตัว
You learn faster and deeper!
คุณเรียนได้เร็วกว่าและลึกซึ้งกว่า!

Another example is to choose one topic to focus on. For example, you should read an easy book, listen to the same audio book, and watch the movie.
ตัวอย่าง อื่นๆ เช่น เลือกหัวข้อเพียง 1 อย่างเพื่อศึกษา ตัวอย่างเช่น, คุณควรจะอ่านหนังสือธรรมดาๆ, และฟัง ข้อความ เสียงของมัน รวมทั้งดูภาพยนตร์ที่เกียวข้อง

I did this in my class in San Francisco. We read “Charlie and the Chocolate Factory”.
ผมทำแบบนี้ในชั้นเรียนของผมที่ซานฟรานซิสโก. พวกเราอ่านเรื่อง “ชาลีกับโรงงานชอคโกแลต”
Then we listened to the audio book.
แล้วเราก็ฟังข้อความเสียงของมัน
Then we watched (and listened) to the movie.
แล้วเราก็ไปดูภาพยนตร์ต่ออีก.
Then we listened to interviews with actors in the movie.
แล้วก็ฟังบทสัมภาษณ์ของดาราที่แสดงในภาพยนตร์
My students learned a lot of vocabulary in a short time, and their speaking improved very quickly.
นักเรียนก็ได้เรียนรู้คำศัพท์มากมายในระยะเวลาสั้นๆและการพูดของพวกเขาก็พัฒนาได้อย่างรวดเร็ว

2. Divide Your Listening Time
2. แบ่งเวลาเพื่อการฟัง

Which is better: to listen for two hours without a break, or to divide that time during the day?
อะไรจะดีกว่า: การฟังตลอด 2 ชม.โดยไม่พัก หรือ การแบ่งช่วงเวลาในแต่ละวัน
Well dividing your listening time is best.
การแบ่งเวลาเพื่อการฟังเป็นวิธีที่ดีที่สุด

By dividing your time throughout the day, you remember more and learn faster.
การแบ่งเวลาในแต่ละวัน, จะช่วยให้คุณจดจำได้มากกว่าและเรียนรู้ได้เร็วกว่า
so its much better to listen 30 minutes in the morning, then 30 minutes in the car or train, then 30 minutes coming home from work, then 30 minutes before sleep.
ดังนั้นจึงดีกว่ามากที่จะฟัง 30 นาทีตอนเช้า อีก 30 นาทีบนรถหรือรถไฟ อีก 30 นาทีระหว่างทางกลับบ้าน และอีก 30 นาทีก่อนเข้านอน
Infact, this is the exact schedule I recommend to my students!
ซึ่งอันที่จริง, นี่เป็นตารางที่ใช้แนะนำให้นักเรียนของผม

3. Use an iPod or MP3 Player
3. ใช้ iPod และเครื่องเล่น MP3

iPods are fantastic. You can put a big listening library on one.
iPod นั้นมีประโยชน์มากเพราะคุณสามารถเก็บห้องสมุดขนาดใหญ่เอาไว้ในตัวมันได้Then you can carry your english lessons everywhere.
คุณสามารถนำบทเรียนภาษาอังกฤษติดตัวคุณไปได้ทุกที่
You can learn English while walking, while shopping, in the car, in a train, while cooking,…
คุณสามารถเรียนภาษาอังกฤษขณะที่คุณเดิน, ขณะที่คุณกำลังซื้อของ, ในรถยนต์, ในรถไฟ, ตอนกำลังทำกับข้าว…
With an iPod or MP3 player, you don’t have to worry about CDs.
กับiPod หรือ เครื่อง MP3, ทำให้คุณไม่จำเป็นต้องวุ่นวายกับแผ่น CD ต่างๆ
Also you can find a lot of English listening on the internet.
และคุณยังสามารถค้นหา การฟังภาษาอังกฤษรูปแบบต่างๆจาก อินเตอร์เน็ต
You can find lessons, stories, podcasts, TV shows, interviews, and audio books.
คุณสามารถหาบทเรียน, เรื่องราวต่างๆ, รายการวิทยุ, รายการโทรทัศน์, บทสัมภาษณ์, และข้อความเสียงต่างๆ
Simply download the audio, put it on your iPod.. and learn English anywhere!
ดาวน์โหลดง่ายๆและใส่มันลงใน iPod ของคุณ คุณก็สามารถเรียนภาษาอังกฤษได้ทุกที่

4. Listen to Movies
4. ฟังจากภาพยนตร์

Movies are great for learning English BUT you must use them correctly.
ภาพยนตร์นั้นดีต่อการเรียนภาษาอังกฤษแต่จำเป็นต้องใช้มันอย่างถูกต้อง
Don’t watch all of an English movie.
อย่า ดูภาพยนตร์ภาษาอังกฤษแบบรวดเดียวจบ
You will not understand it, and therefore you will not learn anything.
คุณจะไม่มีทางเข้าใจมัน, และกระนั้น คุณก็จะไม่ได้อะไรเลย

Only watch one scene or segment per week (maybe 2-3 minutes).
ดูแค่ 1 ตอนต่อสัปดาห์ (ตอนละประมาณ 2-3 นาที)
Follow this method:
ปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้:

a) First, watch the scene with subtitles in your language. This will help you understand general meaning.
ก) ขั้นแรก, ดูหนังพร้อม คำบรรยายประกอบในภาษาของคุณ. มันจะช่วยให้คุณเข้าใจสาระโดยรวม
b) Second, watch the scene with English subtitles. Pause. Use a dictionary to find new words you don’t understand. write a new sentence in a notebook.
ข) ขั้นที่สอง, ดูหนังพร้อม คำบรรยายประกอบในภาษาอังกฤษ หยุด และใช้พจนานุกรมเพื่อค้นหาคำศํพท์ที่คุณไม่เข้าใจ และจดประโยคลงในสมุด
c) Listen to the scene a few times, with English sub titles. Do not pause.
ค) จับใจความจากหนังในเวลาสั้นๆ พร้อมคำบรรยาย โดยไม่หยุด
d) Listen to the scene a few times, without sub titles.
ง) จับใจความจากหนังในเวลาสั้นๆ โดยไม่มีคำบรรยาย
e) Repeat a) – d) everyday for one week.
จ) ทำซ้ำตั้งแต่ ก) – ง) ทุกวันเป็นเวลา 1 สัปดาห์

On the second week, go to the next scene/segment and repeat again.
ในสัปดาห์ถัดมา, ก็ให้ไปดูในฉากอื่นถัดไป และทำซ้ำตามขั้นตอนที่กล่าวมา
It will take you a long time to finish a movie.
มันจะใช้เวลานานกว่าจะจบหนังหนึ่งเรื่อง
That’s OK, because you will improve your listening and speaking VERY FAST.This method is powerful– use it!
แต่มันก็ดี เพราะ คุณจะพัฒนาการฟังและการพูดได้อย่างรวดเร็ว. วิธีนี้ได้ผลชัดเจน ซึ่งผมอยากให้คุณลอง

5. Read and Listen at The Same Time.
5. อ่านและฟังไปพร้อมๆกัน

Listening and Reading together are very powerful.
การอ่านและฟังไปพร้อมๆกันนั้นเป็นวิธีที่ดีมาก
While you listen to something, also read it.
ขณะที่คุณฟังอะไรก็ตาม, ให้อ่านออกเสียงมันด้วย
This will improve your pronunciation.
วิธีนี้จะช่วยพัฒนาการออกเสียง

Reading while listening also helps you to understand more difficult material.
การอ่านไปพร้อมกับการฟังยังช่วยให้คุณเข้าใจสาสน์ที่มีความยากมาก ได้อย่างดี
Read and listen to learn faster.
อ่านและฟังเพื่อเรียนได้เร็วกว่า
After you do this a few times, put away your text and just listen.
หลังจากที่คุณทำไประยะนึง, ก็ลองปิดตำราและฟังเพียงอย่างเดียว
You will understand a lot more and you will improve faster.
คุณจะเข้าใจมากขึ้นและพัฒนาได้เร็วกว่า
Always try to find both autio and text materials
พยายามค้นหา ไฟล์เสียง และตัวบทความต่างๆ

(Text) http://www.EffortlessEnglishClub.blogspot.com

(Audio) http://www.EffortlessEnglish.libsyn.com

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s